บริบษัทฯ ร่วมกับสายการบินเจ็ท แอร์เวย์
ขอนำท่านร่วมสำรวจท่องแดน
ราชาสถาน 3 – 11 มี.ค. 2555
นิวเดลี-แมนดาวา-บิคาเนย์-จัยซัยเมียร์-จอดปูร์-รานัคปูร์-เมาท์อาบู-อุดัยปูร์-นิวเดลี
แคว้นราชสถานเป็นแคว้นใหญ่อันดับ 2 ของอินเดีย มีประชากรราว 56.5 ล้านคน เป็นแคว้นที่โดดเด่นด้วยพระราชวังโบราณ,ป้อมปราการ ,เทวสถาน,ทะเลทราย และกองคาราวานอูฐตามเส้นทางการค้าโบราณ อันไม่มีแคว้นใดเสมอเหมือน ชมป้อมสีแดงแห่งบิคาเนย์ นครสีทองจัยซัยเมียร์ นครนักรบ โจธปูร์ ชมวัดเชนอันวิจิตรมหัศจรรย์ รานัคปูร์ และที่เมาท์อบู และสุดท้ายที่อุดัยปูร์เมืองที่สุดแสนโรมันติกกลางทะเลสาบ
วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม 2555 กรุงเทพฯ-นิวเดลี-แมนดาวา
04.30 พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประตู 4 เคาน์เตอร์สายการเจ็ทแอร์เวย์ (9W)
06.50 ออกเดินทางสู่เมืองเดลี ประเทศอินเดีย โดย สายการบินเจ็ทแอร์เวย์ใช้เวลา เดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง (เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง )
09.35 ถึงแผ่นดินอินเดีย ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีเมืองเดลีผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรและรับกระเป๋าแล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองแมนดาวา (Mandawa)
เป็นเมืองเล็ก ๆเพื่อจะเดินทางต่อไปบิคาเนย์ (ระยะทางประมาน 344 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาน 7 ชั่วโมง) รับประทานอาหารเช้าแบบกล่องปิกนิก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
18.00 เดินทางถึงแมนดาวา เข้าพักที่ โรงแรม Sara Villas รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม และพักค้างคืน 1 คืน
วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม 2555 เมืองแมนดาวา - บิคาเนย์
07.00 รับประทานอาหารเช้าที่ภายในโรงแรม
08.00 นำท่านเดินเที่ยวชม เมืองแมนดาวา ชมฮาวาลี หรือว่าบ้านพักของขุนนางเศรษฐี พ่อค้าวานิช
สมัยก่อนราว ค.ศ.ที่ 17 ชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง สีน้ำเฟรสโก ที่แสดงถึงเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา จนถึงภาพอิโรติก และภาพที่แสดงถึงการเสียดสีสังคม ที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของจิตรกรในท้องถิ่นนั้นและความเจริญร่ำรวยมั่งคั่ง และรุ่งเรืองในสมัยนั้น ซึ่งจะพบเห็นได้โดยรอบ ชมพิพิธภัณฑ์ พระราชวังแมนตาวา ซึ่งได้รวบรวม โบราณวัตถุของเก่า จากอดีตมหาราชแห่งแมนตาวา อาวุธ เครื่องทรงมากมาย
12.00 รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
13.00 เดินทางต่อสู่เมืองสีแดง บิคาเนย์ (Bikaner) ระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
17.00 ถึงบิคาเนย์เข้าสู่ที่พักเป็นโรงแรมแบบ Heritage Hotel โรงแรม Laxmi Niwas Palace
รับประทานอาหารค่ำ ที่โรงแรม และพักค้างคืน 1 คืน
วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม 2555 บิคาเนย์-จัยซัลเมียร์
07.00 รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 นำท่านนั่งรถม้าชม วิถีชีวิตของชาวเมืองรอบเมืองเก่าบิคาเนย์ ที่สวยงาม ระหว่างทางจะได้พบบ้านเศรษฐี ที่ทำจากหินทรายแดง ซึ่งสลักเสลาอย่างวิจิตบรรจงในรูปแบบต่างๆ โดยรอบ
นำท่านชมวิถีชาวพื้นเมือง ผ่านชมย่านการค้าที่ยังคงสภาพความเป็นอินเดียโดยแท้เมืองบิคาเนย์ก่อตั้งในปี 1486 โดย Rao Bika โอรสองค์รองของ Rao Jodha ผู้ครองนครโจธปูร์ (Jodhpur) ด้วยเหตุเพราะ พระราชาไม่ต้องการให้เกิดเหตุชิงบังลังก์ จึงมอบกองทัพให้พระโอรสให้ไปพิชิตสร้างอาณาจักรใหม่เองจากนั้น นำท่านชม Bhandeshwar Jain Temple ที่สร้างใน
ค.ศ.ที่ 15 ซึ่งถือว่าเก่าแก่ในเมืองบิคาเนย์ ภายในวัดประดับประดาไปด้วยกระจกสีต่างๆ และภาพสีน้ำเฟรสโก ที่ตัดเส้นลายด้วยทองคำแท้อย่างงดงาม ซึ่งแตกต่างจากวัดอื่นๆ โดยที่วัดนี้สร้างขึ้นจากปูนขาวผสมกับน้ำมันเนยขาวเทคนิคเก่าแก่ของชาวราชสถาน แต่สามารถเลียนแบบให้ดูคล้ายกับวัสดุหินอ่อนได้อย่างน่าอัศจรรย์
10.00 นำชมป้อมสีแดงแห่งเมืองบิคาเนย์ หรือ ป้อมจูนาการห์ (Junagarh Fort) คือวังมหาราชา ที่ไม่ใครตีแตก เพราะว่าตัวป้อมล้อมรอบด้วยป้อมปืน 37 ป้อม และคูน้ำอย่างแข็งแกร่ง นับเป็นป้อมที่ยังสมบูรณ์ที่สุดที่เหลือในแคว้นราชสถาน สร้างโดย ราชาไรซิงค์ (Rai Singh ) ในปี ค.ศ.1588- 1593 ซึ่งเป็นทหารเอกของกษัตริย์อักบาร์ ภายในป้อมเต็มไปด้วยปราสาทราชวังและเทวาลัย
-ชม รอยฝ่ามือจารึกใกล้ประตูสุริยา (Sun Gate) บ่งบอกถึงผู้หญิงผู้สมัครใจทำพิธี “สตี” (Sati) ปลิดชีพตัวเองตายตามสามีผู้จากไปในสงครามป้องกันเมือง
- ชม Anup Mahal
- ชม บังลังค์ไม้จันทร์อายุเกือบหนึ่งพันปี เป็นเฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ที่สุดของอินเดีย
- ชม ตำหนักเมฆา (Badal Mahal) ภายในตกแต่งด้วยภาพวาดเมฆและสีฟ้า
- ชม ตำหนักจันทรา (Chandra Mahal), ตำหนักสายลม (Hawa Mahal)
- ชม Diwan-i-Aam (the hall of public audience) ที่ออกขุนนางชั้นนอก
- ชม Diwan-i-Khas ที่เข้าเฝ้าชั้นใน ,Phool Mahal (Flower Palace)
ภายในป้อมมีห้องจัดแสดงศาสตราวุธต่างๆชมห้องโถงที่ออกว่าราชการซึ่งประดับตกแต่งด้วยกระจกสีและอัญมณี ชมพิพิธภัณฑ์ปราจิณา (Praghina) ที่รวบรวมเสื้อผ้าอาภรณ์ของมเหสีและ
นางสนมในแต่ละยุคสมัย ที่บรรจงสร้างอย่างสวยงามถักทอด้วยดิ้นทองคำแท้ เครื่องประดับอัญมณี เครื่องใช้คริสตัลจากต่างประเทศ เครื่องดนตรี ศิลปะการเขียนภาพย่อส่วนของที่นี่จัดว่า
อยู่ในชั้นแนวหน้าต้องไปดูด้วยตาตนเองว่าความงามเหนือคำบรรยายแห่งบิคาเนย์นั้นเป็นเช่นไร
12.00 รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรม แล้วเดินทางต่อสู่นครสีทอง เมืองจัยซัยเมียร์ (ระยะทาง 333 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาน 5-6 ชั่วโมง)
19.00 เดินทางถึงเมืองจัยซัยเมียร์ นำท่านเข้าสู่ โรงแรม Fort Rajwada รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม (พักค้างคืน 2 คืน)
วันอังคารที่ 6 มีนาคม 2555 จัยซัลเมียร์
07.00 รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
จัยแซลเมียร์ (Jaisalmer) สร้างขึ้น ในปีคศ. 1156 โดย Maharawal Jaisal และยังเชื่อกัน ว่าราช บุตรนี้สืบเชื้อสายมาจากพระกฤษณะ นครเก่าแก่อายุกว่า 800 ปีที่มั่นคงของกษัตริย์ตระกูลราชปุตในอดีตเคยเป็นเส้นทางการค้าคาราวานที่สำคัญ ที่มุ่งไปสู่อัฟกานิสถานและเอเซียกลาง อาณาจักรกลางทะเลทรายนี้ร่ำรวยจากการเก็บภาษีค่าผ่านทางจากกองคาราวานสินค้า อัญมณี ผ้าไหม เครื่องเทศ และฝิ่น ด้วยเหตุที่จัยแซลเมียร์เคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ ส่งผลให้พ่อค้าวาณิชย์ในตระกูลดังๆ หลายๆคนร่ำรวยกันอย่างมหาศาลกลายเป็นอภิมหาเศรษฐี มีคฤหาสถ์ที่ใหญ่โตมโหฬาร ปัจจุบันคฤหาสถ์เหล่านี้จึงกลายเป็นแห่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล ให้ท่านได้ชมคฤหาสถ์ของบรรดามหาเศรษฐี หรือที่เรียกว่า Haveli อาทิ Patwon-Ki-Haveli , Nathmal-Ki-Haveli เมือง จัยแซลเมียร์ (Jaisalmer) คือเมืองที่ได้รับสมญานามว่า “นครสีทอง” ตั้งอยู่ในเขตทะเลทราย ธาร์ เป็นเมืองชายแดนติดพรมแดนปากีสถาน มีกำแพงสูงใหญ่ดูโอฬาร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ทางตะวันตกสุดของแคว้นราชสถานนครแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นจากหินทรายสีเหลืองเป็นส่วนใหญ่ เมื่อยามต้องแสง อาทิตย์อัสดงที่ไล้ลงบนพื้นผิวของหินเหล่านี้ ก็จะปรากฎให้เห็นเป็นสีทองอร่ามตา และนี่คือที่มาของสมญา “นครสีทอง” เมืองใหญ่มีผู้อาศัยเกือบหกหมื่น1ใน4ของประชากรอยู่ภายในป้อม ทำมาค้าขายกับ นักท่องเที่ยว บ้างเปิดโรงแรมจิ๋ววิวสวย บ้างตั้งร้านค้าร้านอาหาร การตะเวนเที่ยวในป้อมสร้างความสำราญให้ทั้งนักช้อป และนักชมชีวิตผู้คน
08.00 นำท่านชม Gaddisagar Lake โอเอซิสขนาดมหึมาท่ามกลางทะเล ที่สร้างโดยมหาราวาล กาดซี ราว ค.ศ.1367 ซึ่งทะเลสาบนี้ เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของจัยแซลเมียร์ รอบๆทะเลสาบจะมีวัดเล็กๆในช่วงฤดูหนาว จะได้พบเห็นนกนาๆชนิดโดยรอบทะเลสาบ ชมบาดาแบก(Bada bag) ศาลากลางน้ำที่ตั้งอยุ่ในทะเลสาบกาดซีซาร์ สร้างโดย มหาราชาวาลกาดซี ครั้งทรงแปรพระราชฐาน มานั่งพักผ่อนคลายความร้อนที่ทะเลสาบพร้อมเชื้อพระวงศ์
10.00 นำท่านชม ป้อมจัยแซลเมียร์ (Jaisalmer Fort) ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่อยุ่ภายในทะเลสาบ สร้างโดย Maharawal Jaisal ในปี ค.ศ. 1156 บน Trikuta Hill โดยป้อมนี้ถือว่าเป็นป้อมที่สร้างลำดับที่สองของแคว้นราชสถานชมความสวยงามของปราสาททรายที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางทะเลทราย ภายในป้อมมีบ้านพักของชาวบ้านที่พำนักอยู่อาศัยนานนับร้อยๆปี ท่านจะได้เห็นทัศนียภาพของเมืองจัยแซลเมียร์ โดยรอบ
13.00 รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรม จากนั้นก็ไปเที่ยวชม
-Patwon-ki-Havali ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจัยแซลเมียร์ ซึ่งภายในจะจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆในสมัยพร้อมทั้งมีร้านขายของในนั้น
-Nathmal Ki Havali บ้านเสนาบดี สูง5ชั้น ที่สร้างราว ค.ศ.1855โดย Lallu และ Hathu 2 พี่น้อง ศิลปินและสถาปนิก ที่สร้างอย่างวิจิตรบรรจง ด้วยการฉลุลายผนังอย่างละเอียดอ่อน
16.00 นำท่านเดินทางสู่ทะเลทราย ชม Sam Sand Dunes ห่างจากตัวเมืองออกไปราว 42 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังใน จัยแซลเมียร์ เนินทรายแห่งนี้ เป็นที่ซึ่งโค้งขอบฟ้าจรดกับผืนแผ่นทรายได้อย่างงดงามเกินบรรยาย
17.00 นำท่านขี่อูฐท่ามกลางทะเลทรายธาร์......ชมพระอาทิตย์ที่จะลับขอบฟ้าท่ามกลางทะเลทรายที่จะเปลี่ยนสีไปตามแสงอาทิตย์ สุดแสนโรแมนติก
18.30 ท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก//รับประทานอาหารค่ำที่ โรงแรม Fort Rajwada
วันพุธที่ 7 มีนาคม 2555 จัยซัลเมียร์ – โจธปูร์
07.45 รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 นำท่านเดินทางสู่เมืองโจธปูร์ ระยะทาง 242 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5ชั่วโมง
เมืองโรแมนติกแห่งนครสีฟ้า “โจธปูร์” (Jodhpur) หรือเมือง โยธะปุระ นครนักรบ ที่ทั่วทั้งเมืองเป็นสีฟ้าราวกับน้ำทะเล เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในแคว้นราชสถาน ถูกตั้งขึ้นเป็นราชธานี โดย Rao Jodha แห่งราชวงศ์ Rathore ของอาณาจักร Marwar ในปี คศ.1459 แทนที่เมืองมันดอร์ ราชธานีเก่าที่มีจุดอ่อนด้านยุทธศาสตร์ 500 ป๊ให้หลัง Maharaja Umaid Singh
ทรงแก้ปัญหาความอดหยากด้วยการก่อสร้าง Umaid Bhawan Palace วังที่ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นมา (มี 347 ห้อง) เพื่อให้ราษฎรมีงานทำแลกกับอาหาร
13.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
14.00 นำท่านชมนครสีฟ้า เมืองโจธปูร์ หรือ โยธปุระ เมืองแห่งนักรบที่แกร่งกล้าจากหน้าประวัติศาสตร์ของชาวราชปุต ชม Mehrangarh Fort ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังมหาราชาแห่งโจธปูร์
เป็น 1 ใน 4 พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ที่ตั้งอยู่บนเขาสูงจากพื้น 125 เมตร เหนือเมืองจ๊อดปูร์ ทำให้มองเห็นเด่นเป็นสง่าไม่ว่าจะมองจากจุดไหนๆภายในเมือง ป้อมแห่งนี้เป็นทั้งป้อมปราการและพระราชวังของเจ้าผู้ครองนคร มีกำแพงล้อมรอบยาวกว่า 15 กม. นับเป็นป้อมประการที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดีย ชมพระราชวังที่มีการแกะสลักลวดลายอย่างน่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะช่องพระแกลแห่ง วังชโรคาส อันอ่อนหวานงดงามด้วยลวดลายของพรรณพฤกษา จำหลักจากหินทราย ตำหนักมุกMoti Mahal, ตำหนักแก้ว ซีสมาฮาล,อนุสรณ์สถานชาสวานต์ธาดร ที่สร้างด้วยกินอ่อน หลังคาทรงปรางค์ปราสาท ประดับโดยหินอ่อนขนาดเล็กที่เรียกว่า ฉัตรีโดยรอบ รำลึกถึงมหาราชา ชาสวานต์ซิงค์ที่ 2 ชมพิพิธภัฑ์ที่เก็บสมบัติล้ำค่าข้าวของเครื่องใช้ ของมหาราชาราชปุต ไม่ไกลกันนัก ท่านจะได้ชมสิ่งปลูกสร้างสีขาวสะอาดตา “Jaswant Thada” ก่อสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง และเป็นที่ฝังศพของมหาราชา Jaswant Singh ที่สอง และสมาชิกคนอื่นๆในราชวงศ์ จากนั้นนำท่านสัมผัส วิถีชีวิตของชาวบ้าน เลือกซื้อของพื้นเมืองของที่ระลึกในตลาดบาร์ซาร์โบราณ
ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนค้าขายของเหล่าขบวนคาราวานมาแต่ในอดีต ตั้งอยู่กลางใจนครโจธบูร์ แหล่งศิลปะหัตถกรรม เครื่องเงินกำไล ผ้ามัดย้อมสีสด เครื่องหนังมากมาย
18.00 นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก และรับประทานอาหารค่ำที่ โรงแรม Marugarh
วันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2555 โจธปูร์-รานักปูร์-เมาท์อบู (Jodpur - Ranakpur- Mount Abu)
07.00 รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 นำท่านเดินทางสู่....รานักปูร์ (ระยะทางประมาณ 185 กม.ใช้เวลาประมาณ3-4 ชม.)
12.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นแวะชม วัดรานักปูร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่มหัศจรรย์ของอินเดีย เป็นวัดในศาสนาเชน สร้างในศตวรรษที่15 โดยคหบดี Dharna Shah เพื่ออุทิศให้กับศาสดามหาวีระและศาสดาตีรถังกรในอดีต 23 พระองค์ภายในหุบเขาอราวาลิ ภายในประกอบไปด้วยห้องโถง 29 ห้อง รองรับด้วยเสาศิลาถึง 1,444 ต้น มีการแกะสลักเป็นเรื่องราวของศาสนาเชน ลวดลายพันธ์พฤกษาประดับภายในโดมหลังคาและเสา อย่างละเอียดละออวิจิตรบรรจง กล่าวได้ว่า สวยที่สุดในแคว้นราชสถาน สถาปัตยกรรมหินอ่อน ล้อมรอบด้วยปรางค์หินอ่อน ซึ่งใช้หินแหล่งเดียวกันกับที่สร้างทัชมาฮาล
จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองเมาท์อบู (ระยะทางประมาณ200 กม. ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. )
19.00 เดินทางถึงเมาท์อบู นำท่านเข้าสู่ที่พัก รับประทานอาหารค่ำที่ โรงแรม Connaught House
วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2555 เมาท์อบู – อุดัยปูร์ (Mount Abu – Udaipur)
07.00 รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 นำท่านชม เมาท์อบู เมืองตากอากาศบนภูเขาแห่งเดียวในรัฐราชสถาน นำท่านสู่ กลุ่มวัด The Dilwara Jain Temples ที่สลักเสลาด้วยหินอ่อนอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งมีจำนวน 5 วัด ตั้งอยู่บนทิวเขานอกเมือง ชม 2 ใน 5 วัดที่โดดเด่น Vimala vasahi Temple และ Luna Vasahi Temple อายุกว่า 1,000 ปี สร้างอุทิศให้แก่พระอธินาถ ซึ่งเป็นตีรถังกร (ศาสดา) องค์แรกของศาสนาเชน โดยอัครเสนาบดีแห่งแคว้นดูปราต ภายใน แกะสลักตบแต่งเป็นลวดลายอันอ่อนหวานทุกลายละเอียดของซุ้มประตู เสาภายในประดิษฐานพระอธินาถและพระตีรถังกรองค์ในศาสนาเชนชมวัดลูนาวาสาหิ สร้างอุทิศแก่องค์ศาสดาองค์ที่ 22 ของเชนคือ พระเนมินาถ ในปี ค.ศ. 1231 นับเป็นยุครางเรืองสุงสุดของศฺลปะเชน มีการแกะสลักลวดลายประดับ โดยเฉพาะรูปดอกบัวบานขนาดใหญ่ บนเพดานที่สลักเสลาจากหินอ่อนก้อนเดียว และรูปแกะสลักบุคคล เทวดา นางฟ้า รวมทั้ง เจ้าภาพผู้ที่อุทิศสร้างวัดถวาย ขนาดตัวเท่าตัวจริง
ชมทิวทัศน์อันงดงามของเมืองที่ครั้งหนึ่งเป็นเมืองตากอากาศ สำหรับข้าราชการอังกฤษผู้ปกครองอินเดีย ยังเหลือหลักฐานอาคารศิลปะวิกตอเรีย สมัยอาณานิคม พอให้พบเห็นอยู่
12.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
13.00 นำท่านเดินทางสู่..เมืองอุทัยปูร์ เมืองนิรมิตกลางทะเลทราย (ระยะทาง 185 กม. ใช้เวลาในการเดินทาง 3-4 ชม.)
17.00 เดินทางถึงเมืองอุทัยปูร์ นำท่านเข้าสู่ โรงแรม Inder Residency
18.00 รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรมที่พักและพักค้างคืน 2 คืน
วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2555 อุทัยปูร์
07.00 รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
เมืองอุดัยปูร์ (Udaipur) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแคว้นราชสถาน และตั้งอยู่ริมทะเลสาบฟิโคล่า เป็น ราชธานีแห่งที่สองของอาณาจักร Mewar ก่อตั้งโดย Maharana Udai Singh ในปี
ค.ศ.1559 เมืองอุดัยปูร์ เป็นเมืองที่กล่าวได้ว่าสวยและโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดีย รายล้อมไปด้วย ขุนเขา,ทะเลสาบ, และปราสาทราชวังที่สวยงาม ปัจจุบันในเมืองมีประชากรอยู่ราวสามแสนกว่าคน มีอาคารเก่าแก่อายุหลายร้อยปี รวมตัวกันอยู่ริมทะเลสาบ
08.00 นำท่านชม Jagdish Mandir เทวาลัยชัคทิศ สร้างในกลางศตวรรษที่ 17 ภายในประดิษฐานเทว รูปพระวิษณุ มีรูปพญาครุฑซึ่งหล่อจากสำริดตั้งหันหน้าเข้าหากัน มีรูปปั้นแกะสลักรอบๆ เป็นเรื่องราวของกามสูตร (kama Sutra) ใกล้ๆกันมี Bagore ki Haveli เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงศิลปหัตถกรรม,เครื่องดนตรีของอุดัยปูร์ ต่อมาเราจะไปชม City Palace หรือพระราชวังฤดูหนาว ซึ่งส่วนหนึ่งมีการดัดแปลงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์(City Palace Museum) เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม ส่วน Shambhu Niwas ยังเป็นที่ประทับของมหารานา อีกส่วนคือ Shiv Niwas ปัจจุบันดัดแปลงเป็นโรงแรม 5 ดาว พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1568 มีการก่อสร้างเพิ่มเติมอยู่ตลอดมาระหว่างศษตวรรษ ที่ 16 ถึง 20 โดยต่างมหารานาถึง 22 พระองค์ พระราชวังนี้สร้างด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน ภายในประดับประดาด้วยกระจกและแก้วหลากสี นับเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นราชาสถาน ประตูทางเข้า Tripolia Gate ( คศ.1713 ) Chandra Mahal (1620)ส่วนหนึ่งของพระราชวังที่สวยที่สุด , Dilkhushal Mahal (1620) , Motil Mahal และมีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่มีค่ามากมายให้ผู้คนเข้าชม
จากนั้นนำท่านชม Fateh Prakash Palace ซึ่งมหาราชาองค์หนึ่งอยากได้เฟอร์นิเจอร์คริสตัลมา ประดับวัง แต่ไม่ชอบเครื่องเรือนสไตล์ยุโรป จึงบัญชาให้กรมช่างในราชอาณาจักร ทำเครื่องเรือนต้นแบบจากไม้ แกะสลักลวดลายสวยงาม ก่อนส่งไปที่อังกฤษ เพื่อให้บริษัทคริสตัลทำเฟอร์นิเจอร์ตามแบบนั้น เสร็จแล้วจึงค่อยส่งกลับมาประดับที่วัง
13.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ชมพระราชวังจักรมันตีร์และพระราชวังจักนิวาส ซึ่งเป็นพระราชวังพักร้อนของมหาราชาแห่งเมวาร์ ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นโรงแรม 5 ดาวในปัจจุบัน
16.00 ล่องเรือบนทะเลสาบ Pichola Lake ชมทิวทัศน์รอบๆ ทะเลสาบที่มีฉากเป็นมหาราชวัง ในยามเย็นแสงอาทิตย์ส่องกระทบกับวังที่ป็นหินอ่อนเป็นสีทอง และสะท้อนให้เกิดภาพเงาในทะเลสาบงดงาม
19.00 รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก โรงแรม Inder Residency
วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2555 อุทัยปูร์ – มุมไบ – กรุงเทพฯ
05.00 รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
06.50 นำท่านสู่สนามบินเมืองอุทัยปูร์เพื่อเหินฟ้าสู่มุมไบ โดย 9W2072
09.10 ถึงสนามบินมุมไบ อิสระอาหารกลางวันภายในสนามบินมุมไบ
13.15 จากนั้นนำท่านต่อเครื่องบินด้วยเทียวบินที่ 9W 68 เพื่อบินกลับกรุงเทพฯ
19.10 เดินทางถึง สนามบิสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
อัตราค่าบริการ เนื่องจากเป็นตั๋วราคาพิเศษจึงไม่สามารถ REFUND ได้
เดินทาง 3 - 11 มี.ค. 2555
ผู้ใหญ่/ท่าน (ห้องละ 2 ท่าน) 55,900
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีพักกับ 2 ผู้ใหญ่มีเตียงเสริม 51,900
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับ 2 ผู้ใหญ่ไม่มีเตียงเสริม 50,900
พักเดี่ยวเพิ่ม 14,000
**โปรโมชั่นพิเศษจองก่อน 16 ก.พ.ลดท่านละ 2,000 บาท**
*ผู้ใหญ่ (12 ปี ขึ้นไป) เด็ก (ต่ำกว่า 12 ปี)
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการออกทัวร์กรณีมีผู้เดินทางไม่ถึง 16+ หัวหน้าทัวร์
อัตราค่าบริการรวม :
• ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัดเส้นทาง กรุงเทพฯ –เดลลี่ – อุทัยปูร์ -มุมไบ - กรุงเทพฯ
• ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
• ค่าที่พัก ตามที่ระบุในรายการ (พักห้องละ 2 ท่าน)
• ค่ารถโค้ชปรับอากาศ
• ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ / ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
• ค่าหัวหน้าทัวร์ที่คอยบริการและดูแลตลอดการเดินทางทั้งคนไทย และท้องถิ่น
• ค่าประกันภัยการเดินทาง วงเงิน 1,000,000 บาท ต่อท่าน แต่ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต
• ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับหนังสือเดินทางไทย
อัตราค่าบริการไม่รวม :
• ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง ( PASSPORT) และค่าทำใบอนุญาติที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว
• ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
• ค่าทำเอกสารผู้ถือต่างด้าว
• ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย
• ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (กรณีออกใบกำกับภาษี)
• ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัม และกิจกรรมต่างๆตามฤดูกาล เช่น ขี่ม้า ขี่อูฐ
• ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและพนักงานขับรถ, พนักงานบริการ วันละประมาณ 300 รูปี/วัน/ท่าน
รวมเป็นเงินต่อท่าน ๆ ละ 2,700 รูปี หรือประมาณ 1800 บาท
เอกสารในการทำวีซ่า
1. หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุใช้ได้จนถึงวันเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
2. หนังสือเดินทางต้องมีหน้าว่าง สำหรับประทับตราเข้าออกอย่างน้อย 2 หน้าเต็ม
3. รูปถ่ายหน้าตรงรูปสี (ที่ไม่ใช่รูปถ่ายเล่นพื้นหลังสีขาวเท่านั้น) ขนาด 2 นิ้ว 2 ใบ
4. สำเนาบัตรประชาชน
5. สำเนาทะเบียนบ้าน (พร้อมเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ) กรุณาระบุชื่อสามีและภรรยากรณีแต่งงานแล้ว
6. เขียนชื่อ/ที่อยู่/เบอร์โทรศัพท์ของบริษัทฯที่ทำงานเป็นภาษาอังกฤษ
การชำระเงิน
ทางบริษัทฯขอเก็บเงินค่ามัดจำเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท ต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางอย่างน้อย 15 วัน มิฉะนั้นทางบริษัทฯจะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด
เงื่อนไขการให้บริการ (ที่ท่านควรทราบก่อนสำรองที่นั่ง)
* ชำระเงินมัดจำ ท่านละ 10,000 บาท พร้อมแจ้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษตามหนังสือเดินทาง ส่วนที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทาง 15 วัน
* ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วัน สำหรับช่วงวันหยุดเทศกาล
* กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันขึ้นไป **เฉพาะช่วงที่ไม่ใช่เทศกาลหรือวันหยุดยาว** คืนเงินทั้งหมด **(ยกเว้น กรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำกับสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)**
* กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน **เฉพาะช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว** เก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด * กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 15 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
* กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 7 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาทัวร์
* อัตราค่าบริการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่างๆ ระหว่างการเดินทางถ้าท่านแยกตัวออกจากคณะทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินหรือลดค่าบริการใดๆทั้งสิ้น * บริษัทเป็นเพียงตัวแทนการท่องเที่ยว สายการบิน และตัวแทนการท่องเที่ยวในต่างประเทศซึ่งไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจาก การที่ท่านถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าออกเมือง อันเนื่องมาจากการที่ท่านมีเอกสารเดินทางที่ไม่ถูกต้อง หรือมีสิ่ง
ผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง หรือภัยธรรมชาติ, ภัยการเมืองฯลฯ หรือเหตุสุดวิสัย ที่ทางบริษัทฯไม่สามารถควบคุมได้หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เช่นการเจ็บป่วย ถูกทำร้าย หรือจากอุบัติเหตุต่าง ๆ
** ท่านสามารถโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทฯ ดังรายละเอียดดังนี้**
สั่งจ่ายเช็คหรือโอนเงินเข้าบัญชีในนามบริษัทฯ ชื่อบัญชี บริษัท แพลนเนท เวิลด์ไวด์ เซอร์วิส จำกัด
ธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัลบางนา เลขที่บัญชี 086-0-25281-7 บัญชีออมทรัพย์
สั่งจ่ายเช็คหรือโอนเงินเข้าบัญชีในนามบริษัทฯ ชื่อบัญชี นส. ฉวีวรรณ ลาวัณยภิรักข์
ธนาคารกสิกรไทย สาขา สุขุมวิท 107 เลขที่บัญชี 571-2-09392-9 บัญชีออมทรัพย์
ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาสำโรงเหนือ เลขที่บัญชี 122-7- 32690-5 บัญชีออมทรัพย์