วิหารคาร์นัก มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดของอียิปต์

2012-11-20

วิหารคาร์นัก มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดของอียิปต์ (ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศอียิปต์ ทัวร์อียิปต์)

       วิหารคาร์นัก Great Temple of Karnak มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดของอียิปต์

       มหาวิหารคาร์นัก ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองลักซอร์ 3 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้าอะมอนรา (สุริยะเทพ) และเพื่อเป็นสถานที่จัดพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อของอียิปต์โบราณ

       คาร์นักเป็นชื่อหมู่บ้านของเทพอะมอน เดิมชื่อเมืองวาเซ็ต แล้วต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นนครธีบส์ เป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรไอยคุปต์มาตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 11 จนถึงราชวงศ์ที่ 21 รวมเวลานับ 1,000 ปี (2120-1085 ปีก่อนคริสตกาล) และกลับมาเป็นเมืองหลวงอีกครั้งเป็นเวลา 50 ปี ในราชวงศ์ที่ 25 (716-666 ปีก่อนคริศตกาล)

       วิหารคาร์นักสร้างโดยฟาโรห์เซซอสตริสที่1 และอีกหลายพระองค์ต่อมา ซึ่งอยู่ในสมัยยุคกลาง หลักฐานเก่าแก่ที่สุดอยู่ในหมู่วิหารของเทพอะมอนรา คือห้องบูชาและห้องแท่นบูชาเรือศักดิ์สิทธิ์ของเทพอะมอนรา ที่สร้างโดยฟาโรห์เซซอสตริสที่ 1 ต่อมาได้รับการต่อเติมปฏิสังขรณ์ขยายอาณาเขตออกไปเรื่อยๆทุกยุค วิหารแห่งนี้จึงเป็นศูนย์รวมความเชื่อความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของชาวอียิปต์โบราณ เทพเจ้าอะมอนราก็เป็นสุริยะเทพอันยิ่งใหญ่และเป็นเทพประจำเมืองนี้มาโดยตลอด
       ช่วงราชวงศ์ที่ 18 - 20 มีการบูรณะวิหารแห่งนี้มากที่สุด และบูรณะต่อเนื่องมาจนถึงยุคโรมันเข้ามาครอบครอง จนกระทั้งกลายเป็นวิหารที่มีอาคารมากมายกว้างขวางและใหญ่โตที่สุดในโลก
       วิหารคาร์นักแบ่งได้ 3 ส่วน คือ วิหารเทพอะมอนรา อยู่ตรงกลาง ประกอบด้วยหมู่สถาปัตตยกรรมของเหล่าฟาโรห์หลายยุค ส่วนที่สองอยู่ทางทิศเหนือ คือวิหารเทพมอนตู เทพองค์นี้เคยเป็นเทพประจำถิ่นนี้มาก่อนเป็นสัญลักษณ์แห่งการรบของฟาโรห์และเทวีมะอัต ส่วนที่สามคือ วิหารเทวีมัต ทางด้านใต้ของวิหารอะมอนรา มีทางเชื่อมต่อถึงกันสองข้างทางประกอบด้วยสฟิงซ์กัวแกะนั่งเฝ้าตลอดทาง ด้วย
        สองข้างทางเข้าสู่กำแพงชั้นที่ 1 ประดับด้วยสฟิงซ์หัวแกะ ส่วนต้นทางมีเสาโอเบลิสก์ขนาดเล็กของฟาโรห์เซติที่ 2 ฟาโรห์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ที่ 19 ตั้งอยู่ ความหมายของเสาโอเบลิสก์ก็คือชีวิตรุ่งโรจน์และความสว่าง เพื่อบูชาสรรเสริญเทพเจ้ารา
        ก่อนเข้ากำแพงชั้นที่ 2 มีรูปสลักของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ยืนเฝ้าสองข้าง และมีเสาขนาดมหึมาใหญ่กว่าทุกที่ในอียิปต์ แกะสกัดจากหินทรายเป็นท่อนต่อกัน รอบเสาประกอบด้วยภาพแกะสลัก เป็นรูปภารกิจของฟาโรห์ทั้งเรื่องศาสนาและเรื่องสงคราม
        ระหว่างกำแพงชั้นที่ 3 และชันที่ 4 เรียกว่าเซ็นทรัลคอร์ต เป็นของตระกูลธุตโมซิสแห่งราชวงศ์ที่ 18 คือธุสโมซิสที่ 1 ผู้พ่อ ธุสโมซิสที่ 2 ผู้ลูก และธุสโมซิสที่ 3 ผู้หลาน ได้สร้างเสาโอเบลิสก์ตั้งไว้บริเวณนี้ 4 ต้น แต่ปัจจุบันเหลือแค่ต้นเดียว เป็นของธุสโมซิสที่ 1 สร้างด้วยหินแกรนิตสีชมพูที่เอามาจากเมืองอัสวาน
       ระหว่างกำแพงชั้นที่ 5 และชั้นที่ 6 ก็ยังเป็นผลงานของตระกูลธุสโมซิส มีเสาแท่งสี่เหลี่ยมตั้งคู่ ทำด้วยหินแกรนิตสีชมพูและแกะสลักอย่างประณีต นับว่าเป็นสุดยอดงานฝีมือแกะสลักของช่างสมัยนั้น และเป็นสัญลักษณ์ของสองอาณาจักรที่ฟาโรห์แห่งราชวงศ์นี้ปกครองอยู่คือ เสารูปดอกปาปิรัสอันหมายถึงอาณาจักรล่าง ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ส่วนอีกเสาวางคู่กันแต่อยู่ทางทิศใต้ถูกสลักเป็นรูปดอกลินลี่ ที่สวยงามหมายถึงอาณาจักบน
       บริเวณที่หัวมุมของสระน้ำใกล้กับซากเสาโอเบลิสก์ มีอนุสาวรีย์รูปแมลงตัวสแค-รับ ซึ่งเป็นแมลงนำโชค หากจะอธิฐานขอพรในสิ่งที่ดีๆ ให้เดินวนถึง 7 รอบ ตัวแมลงที่ว่าคือลักษณะคล้ายตัวปีกแข็ง แม้ว่ามันจะอยู่ตามใต้ก้อนหินหรือท่อนไม้นานๆ ก็ไม่ตาย ซึ่งหมายถึงการมีอายุยืน ชาวอียิปต์โบราณจึงใช้เครื่องรางหมายถึงการมีอายุยืนเป็นเครื่องรางที่เทียบเท่ากับเทพเจ้าเคปริ …

 

 

 

 

 

บทความท่องเที่ยว ข่าวประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยว

TOP