พระราชวังโกเลสตาน (Golestan Palace) วังสวนกุหลาบ ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน

2013-08-13

 
พระราชวังโกเลสตาน (Golestan Palace) หรือวังสวนกุหลาบ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน 

พระราชวัง โกเลสตานแห่งนี้ เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่มาก ย้อนไปตั้งแต่สมัยราชวงศ์ ซาฟาวิด เมื่อคริสต์วรรษที่ 16 ยังมีร่องรอยสิ่งก่อสร้างที่หลงเหลืออยู่ คือ ป้อมสูง (Citadel) สำหรับส่องดูข้าศึก  ซึ่งเคยเป็นพระราชวังหลวงของอาณาจักรเปอร์เซียตอนปลายเมื่อ 200 ร้อยกว่าปีที่แล้วในสมัยราชวงศ์กอญัร ในยุคสมัยของกษัตริย์คาจาร์(Qajar Dynasty, 1779-1921) เป็นยุคที่เปอร์เซียมีความรุ่งเรืองเฟื่องฟุ้งทางด้านการค้า การต่างประเทศและศิลปะ โดยเฉพาะศิลปะกระเบื้องเคลือบและการตกแต่งภายในด้วยกระจกตัดเหลี่ยมคล้ายเพชรถือว่าโดดเด่นมากในยุคนี้  ซึ่งท่านก็จะได้เห็นห้องต่างๆ ในพระราชวังแห่งนี้ประดับตกแต่งอย่างสวยงามด้วยศิลปะ
 
ในอดีตเคยเป็นพระราชวังเก่าของอิหร่าน ซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก พระราชวังโกเลสตาน เพื่อใช้เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ ซึ่งเป็นพระราชวังมีความกว้างขวางใหญ่โต พร้อมด้วยสวนดอกไม้ที่งดงาม อ่างน้ำสีน้ำเงินที่ทำด้วยหินอ่อนในสนามรอบ นอกจากนี้ ยังมีตำหนักต่างๆ อีก 7 อาคารอยู่ในบริเวณเดียวกัน มีอาคารรูปลักษณ์โบราณ และคลาสสิกแบบยุโรป
 
อาคารแบบตะวันตกนั้นมีเพิ่มเข้ามาเมื่อกษัตริย์ราชวงศ์รองสุดท้าย คือราชวงศ์คาจาร์ คือกษัตริย์นัสเซอร์ อัล-ดิน ชาห์ ได้เสด็จยุโรปแล้วนำความเจริญทางด้านรูปธรรมเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชิวิตของชาวอิหร่าน ดังเช่น ตำหนักแบบนีโอคลาสสิคของยุโรป 
ส่วนตำหนักอื่นที่เป็นแบบโบราณนั้น จุดเด่นของสถาปัตยกรรมคือผนังภายในและภายนอกกรุด้วยแผ่นกระเบื้อง (เซรามิก) เป็นสีและสวดลายต่างๆ เน้นสีสันจัดจ้างดงามแบบตะวันออก
 
พระราชวังโกเลสตาน ปัจจุบันยังคงใช้เป็นที่รับรองบุคคลสำคัญอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแขกบ้านแขกเมืองมาจากต่างประเทศ การจัดแสดงออกแบบไว้อย่างหลากหลาย รวมถึงเครื่องถ้วยชาม ภาพวาดที่ดูเหมือนมีชีวิตชีวาซึ่งถูก เขียนขึ้นด้วยลายมือ ของกำนัลจากประเทศต่างๆสิ่งที่ดึงดูดมากที่สุดคือ บัลลังค์นกยูง ซึ่งจะถูกตั้งไว้ในด้านหลังสุดของห้องใหญ่กับเตียงนอนที่ใหญ่ ซึ่งงดงามไม่แพ้กัน และอดีตเคยใช้สำหรับใช้ในพิธีการสวมมงกุฎ นอกจากนี้ตัวบัลลังค์ที่ใช้ประกอบพิธีจะมีพลอย เนื้ออ่อน ปักเรียงรายอยู่ ถูกนำมาจากโรงงานที่มีชื่อเสียงใน เมืองเดลลี่ ประเทศอินเดีย โดยคณะทูตชาวอิหร่านที่อยู่ภายใต้การปกครองของผู้นำ นาเดอร์ ชาร์ (Nader Shah)
โดยที่ องค์การยูเนสโก้ ได้ประกาศให้เป็น มรกดโลกในปี ค.ศ. 2007 นี้เอง ทำให้มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันเป็นจำนวนมาก 
 
 
 

 

 

 

 

 

บทความท่องเที่ยว ข่าวประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยว

TOP