ทะเลสาบสุริยันจันทรา สถานที่ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น"สวิสเซอร์แลนด์แห่งไต้หวัน"

2012-06-08

เป็นสถานที่นึงในไต้หวันที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวิสเซอร์แลนด์แห่งไต้หวัน" และเป็นที่ๆคนไต้หวันนิยมมาฮันนีมูนกันด้วย คงไม่ต้องบอกกันก็รู้ว่าบรรยากาศต้องโรแมนติค ที่นี่คือ ทะเลสาบสุริยันจันทรา หรือ Sun Moon Lake นั่นเอง เป็นทะเลสาปที่มีภูเขาสลับซับซ้อน ล้อมรอบทัศนียภาพของน้ำและภูเขา  สะท้อนหิน  วิวที่สวยงาม ทะเลสาบยาว 33 กิโลเมตร มีลักษณะคล้ายกับพระอาทิตย์และพระจันทร์เสี้ยว  ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ ทะเลสาบสุริยันจันทรา  (ยื่อเย่ถาน)ตั้งอยู่ในเขตอำเภอหนานโถว ทางตอนกลางของเกาะไต้หวัน เป็นทะเลสาบธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวันอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 760 เมตร มีเนื้อที่ 900 เฮคตาร์ มีเกาะที่มีชื่อว่า กวง หวา เต่า ซึ่งเป็นเกาะที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่กลางทะเลสาบ ด้านทิศเหนือของทะเลสาบมีรูปทรงคล้ายพระอาทิตย์ ส่วนด้านทิศใต้นั้นมีรูปทรงคล้ายพระจันทร์เสี้ยว จึงถูกขนานนามว่า ทะเลสาบสุริยัน จันทรา เนื่องจากเป็นทะเลสาบที่อยู่บนเทือกเขาที่มีน้ำใสสะอาด ทำให้สถานที่แห่งนี้มีผู้คนนิยมมาท่องเที่ยวพักผ่อน มีบริการล่องเรือชมทะเลสาบซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว มีรีสอร์ทและโรงแรมตั้งอยู่ริมทะเลสาบหลายแห่ง หนึ่งในนั้นเคยเป็นบ้านพักตากอากาศของประธานาธิบดีเจียงไคเช็ก และมาดามซ่งผู้เป็นภรรยา แต่ปัจจุบันได้สร้างเป็นโรงแรมหรูไว้บริการนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีแหล่งช้อปปิ้งรวมตัวอยู่บริเวณท่าเรืออีกด้วย การเดินทางจากไทเปไปยังทะเลสาบสุริยัน จันทราใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมงเศษ
ทะเลสาบสุริยันจันทรา เป็นทะเลสาบ ที่มีภูเขาสลับซับซ้อนล้อมรอบประกอบกับมีทัศนียภาพของน้ำ และภูเขาที่สวยงาม ถนนรอบทะเลสาบมีความยาวประมาณ 33 กิโลเมตร ลักษณะภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น ปัจจุบันทะเลสาบ แห่งนี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไต้หวัน และมีชื่อเสียงยอมรับในระดับโลก การล่องเรือชมความงามของทะเลสาบอย่างใกล้ชิด จะทำให้ท่านได้สัมผัสกับความงดงามเพิ่มขึ้น
มีเรื่องเล่ากันว่า สมัยก่อนมีเผ่าพื้นเมืองไต้หวันเผ่าหนึ่ง (จาก 12 เผ่า) ชื่อว่าเผ่า "เส้าจู่" เผ่านี้จะมีคนน้อยที่สุดในบรรดาเผ่าต่างๆ คนของเผ่านี้เป็นพวกที่ชอบล่าสัตว์ เค้าตามล่าสัตว์สีขาว 3 วัน 3 คืนก็จับไม่ได้ ล่าไปล่ามาจนถึงทะเลสาบสุริยันจันทรานี้ ก็เลยตั้งรกรากกันตรงนี้ ส่วนสัตว์สีขาวตัวน้านก็หากันไม่เจอ แต่เค้าหันไปเห็นต้นไม้ใหญ่ เค้าเลยคิดว่าสัตว์สีขาวที่พามาถึงแหล่งที่มีน้ำ ปลา อาหารอุดมสมบูรณ์นี้ แท้จริงแล้วคือเทพเจ้า เค้าเลยทำความเคารพต้นไม้ต้นนั้น (เรียกว่า "เฉียตงซู่") เมื่อก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทะเลสาจะแบ่งเป็น 2 ซีก คั่นด้วยทางเดินที่เป็นเกาะลาหลู เวลาเรามองไปที่ทะเลสาบ จะเห็นเป็น 2 ซีก ซีกนึงจะเห็นพระอาทิตย์ อีกซีกนึงจะเห็นพระจันทร์พร้อมๆ กัน แต่ตอนนี้ปรากฏการณ์แบบน้านไม่มีแล้ว แผ่นดินไหวทำให้เกาะตรงกลางหายไป ตอนนี้เหลือแต่อีกปรากฏการณ์นึงที่เกิดวันพระจันทร์เต็มดวง ตอนที่พระจันทร์ขึ้นเต็มที่แล้ว แสงจะสะท้อนลงไปที่ทะเลสาบ ให้เห็นเป็นพระอาทิตย์ จะดูเหมือนว่ามีทั้งพระอาทิตย์และพระจันทร์อยู่พร้อมๆ กัน
 

 

 

 

 

 

บทความท่องเที่ยว ข่าวประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยว

TOP