กรุอภิมหาสมบัติของอิหร่าน

2013-08-13

                                     พิพิธภัณฑ์อัญมณี หรือ กรุอภิมหาสมบัติของอิหร่าน

           คุณเคยรู้ไหมว่าประเทศนี้ร่ำรวยสมบัติขนาดไหน อาณาจักรเปอร์เซียอันยิ่งใหญ่และรุ่งเรือง ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์เมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว ประเทศนี้นอกจากจะรวยบ่อน้ำมัน ยังมีทั้งโบราณวัตถุ โบราณสถาน แถมด้วยสมบัติเก่าของราชวงศ์เป็นกระตั๊ก . . .

           พิพิธภัณฑ์อัญมณีที่อิหร่านที่กรุงเตหะรานอยู่ในความควบคุมดูแลของธนาคารกลางสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน   อาคารทั้งหลังเหมือนเป็นตู้นิรภัยขนาดตึก ประตูหนาแน่นเหมือนประตูตู้เซฟ   บริเวณภายในก่อนเข้าตัวอาคารพิพิธภัณฑ์นักท่องเที่ยว ประชาชนทั่วไปที่จะเข้าไปต้องผ่านการตรวจสิ่งของ  ซึ่งมีเพียงกระเป๋าเงินเท่านั้นที่สามารถให้พกติดตัวเข้าไปได้

           การเข้าชมที่นี้เข้มงวดมากและห้ามพกอุปกรณ์ใด ๆ เข้าไป ดังนั้นกล้องก็เอาเข้าไม่ได้ ต้องฝากไว้ข้างหน้า การป้องกันแน่นหนา ในการเข้าชมนั้นทุกคนต้องเข้าคิวเรียงหนึ่งเพื่อทำการ scan ที่ทางเข้ามีป้ายปิดประกาศว่า "กรุณาอย่ายืนในเขตสีแดง"  เพราะเขตสีแดงข้างล่างนั่นคือบริเวณรัศมีของเเท่งและรั้วเหล็กขนาดยักษ์ ที่จะหล่นลงมาและปิดห้องทั้งข้างในและข้างนอกหากมีขโมย เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราไปยืนตรงนั้น ก็จะแบนเป็นกล้วยปิ้งแน่นอน  นอกจากนี้ยัง ห้ามยื่นหน้า หรือยื่นมือเข้าไปใกล้ตู้เก็บมากเกินเพราะสัญญาณกันขโมยจะดังไปทั้งห้อง  นอกจากนี้ยังห้ามถ่ายรูป  แม้กระทั้งตัวอาคารภายนอก เพราะก่อนหน้านี้มีคำเตือนไว้แล้วสถานที่ราชการต่างๆห้ามถ่ายนักท่องเที่ยวถ่ายได้เฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น...!!!!!

           ไฮไลด์ของที่นี่จะเป็นนี่ The Darya-e Noor Diamond หรือ Sea of Light Dimond  แปลเป็นไทยได้ความว่า ทะเลสว่างแสง ซึ่งน่าจะถือว่าเป็น มณีค่าควรเมือง ในหมู่อัญมณีทั้งหลายในท้องพระคลังของอิหร่าน ความพิเศษของมันก็คือ เป็น Pink Dimond ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนัก 182 กะรัต หรือ 36.4 กรัม  และถือว่าเพชรสีชมพูจะเป็นเพชรที่หายากที่สุด ตัวเรือนล้อมด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ ที่จริงเพชรเม็ดนี้ได้มาจากประเทศอินเดีย ตอนที่จักรวรรดิเปอร์เซียขยายอำนาจไปถึงอินเดีย ประมาณว่าไปรบชนะก็เลยยืดมา ที่จริงจะมีเพชรคู่ กับ Sea of Light ก็คือ Mountian of Light หรือ Koh-e Noor เป็นเพชรที่ได้มาจากอินเดียในคราวเดียวกันในปี 1739 แต่เพชรเม็ดนี้กลับตกไปอยู่ในมือของ บริษัท East India และในที่สุดก็ตกไปถึงมือของ Queen Victoria ของราชวงศ์อังกฤษ คงเหลือเพียงแต่ Sea of Light ที่ตกทอดมาในราชวงศ์เปอร์เซีย

             เมื่อเราได้มาเที่ยวยังสถานที่แห่งนี้ในอิหร่านแล้วจะทำให้เราได้พบกับคำว่า มโหฬาร มหาศาล มหึมาหรือความยิ่งใหญ่ อลังการ ที่จะมาเป็นนิยามความยิ่งใหญ่ของ เครื่องประดับที่อยู่ในสมัย Nassereddin Shah period (1844-1896)  แต่คุณค่าของเพชร อัญมณีพวกนี้คงเป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงความรุ่งเรืองที่สมัยหนึ่ง อิหร่าน เคยปกครองโดยระบอบกษัตริย์อันยาวนาน พระองค์สุดท้ายคือ พระเจ้ามุฮัมมัด เรซา ชาห์ ปาฮ์ลาวี ก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศเมื่อมกราคม 2522'

ทัวร์อิหร่าน

 

 

 

 

 

บทความท่องเที่ยว ข่าวประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยว

TOP