ทัวร์ตูนีเซีย แกรนด์ตูนีเซีย รวม 11 วัน 8 คืน โดยสายการบินตุรกีแอร์ไลน์

     นำท่านสำรวจประเทศตูนีเซียแบบเจาะลึก ชมแหล่งโบราณคดีที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก ชมโบราณสถานของเมืองดูกก้า แหล่งโบราณคดีที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997 ชมเมืองไครวน เป็นเมืองทางวัฒนธรรมอิสลามที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ชมเมืองเอล เยม เมืองที่สำคัญที่สุดในทวีปอัฟริกาต่อจากคาร์เธจ ชมซากปรักของอัฒจันทร์โคลอสเซี่ยม ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1979

วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม กรุงเทพฯ/สุวรรณภูมิ- อิสตันบูล

20.45คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น4 เคาน์เตอร์U14 สายการบิน ตุรกีแอร์
เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน

23.45 ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบินที่ TK69
วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม อิสตันบูล – ซิดิ บูซาอิด– แกมมาร์ท

06.05 แวะเปลี่ยนเครื่องบินที่สนามบินกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี

09.20 ออกเดินทางจากกรุงอิสตันบูล สู่ประเทศตูนีเซียโดยเที่ยวบินที่ TK661

10.15 ถึงสนามบินคาร์เธจ เมืองตูนิส ประเทศตูนิเซีย ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

จากนั่นเดินทางต่อสู่เมืองซิดิ บูซาอิค ห่างจากตัวเมืองไม่นานประมาณ30นาที หมู่บ้านสีฟ้าและสีขาวน่ารัก บนหน้าผาที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์แสนงดงามของอ่าวตูนิส มีตำนานเล่าขานไว้ว่านักบุญหลุยส์ผู้ซึ่งเสร็จจากศึกสงครามได้มาถึงที่แห่งนี้ ได้ตกหลุมรักกับเจ้าหญิงเบอร์ เบอร์ และได้อาศัยอยู่อย่างสงบสุข จึงได้เปลี่ยนชื่อและกลายจากนักบุญมาเป็นผู้อุปถัมภ์ของหมู่บ้านแห่งนี้ นำท่านเยี่ยมชมหมู่บ้านที่มีมนต์เสน่ห์และเรื่องราวที่แสนสุขสันต์ //ได้เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟ่ต์ ภายในโรงแรมพักที่ HOTEL EL MOURADI GAMMARTH
วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม แกมมาร์ท – ตาบาร์ก้า

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางสู่เมืองตาร์บาก้า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง..เมืองตาบาร์ก้าเป็นเมืองท่องเที่ยวริมชายฝั่งที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศตูนิเซีย ใกล้กับชายแดนติดประเทศอัลจีเลีย เมืองที่มีชื่อเสียงด้านการประมงชายฝั่ง กิจกรรมการถ่ายภาพหินประการังใต้ท้องทะเล และเทศกาลดนตรีแจ๊ส ภาพโมเสกสีสันงดงามที่หลงเหลือให้เห็นนั้นได้บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ ความเจริญทางอารยศิลปกรรม ในยุคสมัยโฟนิเชียน โรมัน อาหรับ และเติร์กในยุคสมัยที่อยู่ใต้อำนาจของเติร์ก ตาบาร์ก้าได้เป็นที่หลบซ่อนของเหล่าโจรสลัด ต่อมาในคริสตศตวรรษที่ 16 ได้กลายเป็นอาณานิคมกีโนเอส ซึ่งได้สร้างปราสาทที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขาซึ่งเป็นเกาะที่มีต้นไม้และป่าปกคลุม มีประวัติบันทึกไว้ว่าถูกสร้างขึ้นราวปี ค.ศ.1541และใช้เป็นที่มั่นของชาวคริสเตียนในช่วงกลางของจักรวรรดิ์ออโตมาน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเที่ยวชมเมืองตาบาร์ก้า ตั้งอยู่ระหว่างชายหาดและท่าเรือเก่า ชมแนวหินรูปทรงประหลาดที่เรียกกันว่า นีเดิลส์ หรือเข็มของตาบาร์ก้า บางยอดสูงถึง20เมตรเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองตาบาร์ก้า อิสระเดินเที่ยวชมและเก็บภาพความงดงามของเมืองตาบาร์ก้า ธรรมชาติ

เย็น รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม พักที่ HOTEL DAR ISMAIL TABARKA
วันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม ตาบาร์ก้า – ไอนู ดราฮาม – บัลลา ริเจีย – ดูกกา – ไครวน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางสู่เมืองดูกกา โดยผ่านเมืองไอนู ดราฮาม ที่อยู่ห่างออกไปราว 25 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีความชื้นสูงที่สุดในประเทศตูนิเซีย จึงมีปริมาณน้ำฝนมากถึง 1,534 มิลลิเมตรต่อปี ในอดีตกาล โรมันได้สร้างสถานที่อาบน้ำขึ้นที่เมืองนี้ ทั้งนี้เพราะใต้ผืนดินจะอุดมด้วยแหล่งน้ำที่มีความร้อนเกิดจากปฏิกิริยาของกำมะถัน จึงมีการขุดพบซากปรักของสิ่งก่อสร้างในยุคสมัยโรมันด้วย

ผ่านเข้าสู่เมืองบัลลาริเจีย นำท่านชมแหล่งโบราณคดีพระราชวังใต้ดิน ซึ่งเป็นโบราณสถานขนาด 400 x 500 เมตร ซากปรักของวังสมัยโรมันที่บางส่วนถูกสร้างลึกลงไปใต้พื้นดินถึง 6 เมตร มีการจัดระบบการนำแสงสว่างและการระบายอากาศมาใช้ได้อย่างแยบยล ห้องอาบน้ำ โรงละคร และสภาที่ประชุม ถูกสร้างขึ้นอย่างครบถ้วนตามแบบฉบับของผังเมืองโรมัน นอกจากวังใต้ดินแล้ว โบราณสถานเก่าแก่ในยุคกว่า 2,000 ปีที่ผ่านมานำท่านชมเมืองบัลลา ริเจีย ได้แก่โรงละครที่สภาพความสมบูรณ์ยังคงหลงเหลือให้ได้พบเห็นอยู่ แม้ว่าที่นั่งตอนบน ๆ ซึ่งอยู่บริเวณผนังและเสาจะไม่หลงเหลือให้เห็นก็ตาม จากนั่นนำท่านถ่ายรูปด้านนอกศาลากลางเมืองและวิหารอะพอลโล ของเมืองบัลลา ริเจีย ต่อจากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองดูกก้า

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย นำท่านชมโบราณสถาน ของเมืองดูกก้า หรือ ตุกก้า แหล่งโบราณคดีที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997 นำท่านชมและเก็บบันทึกภาพเมืองโรมันโบราณในพื้นที่ 65 เฮคตร้า ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นเมืองโบราณยุคสมัยโรมันที่คงความสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปอัฟริกาเหนือแต่เมื่อเผ่าชนชาวแวนดัล ได้รุกรานเข้ามาโจมตีปล้นสะดม ผู้คนได้อพยพหลบหนีออกจากดูกก้าทิ้งให้รกร้างไร้ผู้คน หลงเหลืออยู่เพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่ด้านหลังของภูเขา ทำให้เมืองดูกก้ากลายเป็นเมืองร้าง

จากนั่นออกเดินทางสู่เมืองไครวน หรือคารวาน เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงในภาษาเปอร์เซียเป็นอดีตเมืองหลวง ของแม็กห์เร็บ เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมอิสลามที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เป็นเมืองที่ก่อตั้งโดยชาวอาหรับราวปี ค.ศ. 670 ในรัชสมัยของพระเจ้ากาหลิบ มูวิยา และได้กลายเป็นศูนย์กลางในการสอนศาสนา อิสลามและคัมภีร์กุรอาน เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 4 รองจากเมืองเม็กกะ, เมืองเมดิน่า และเมืองคูฟา และเมืองไครวนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองแห่ง 50 มัสยิด มีสำคัญทางศาสนาในแถบอัฟริกาเหนือ และยังเป็นศูนย์กลางของพรมทอที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในตูนีเซีย มีเอกลักษณ์ในเรื่องศิลปะการใช้เรขาคณิตเบอร์เบอร์ในการออกแบบพรมที่มีความเป็นเลิศ และได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับช่างทอพรมของเมืองเป็นอย่างมาก

เย็น รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ พักที่ HOTEL LA KASBAH KAIROUAN (โรงแรมนี้ไม่มีเตียงใหญ่คะ)
วันอังคารที่ 5 ธันวาคม ไครวน – สบีทลา – โทเซอร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไครวน...ชมสระน้ำอักห์ลาไบท์ชมที่สร้างขึ้นโดยผู้นำชาวอักห์ลาไบท์ สระกักเก็บน้ำเพื่อส่งป้อนเข้าสู่ตัวเมือง เป็นประจักษ์พยานให้เห็นถึงทักษะความสามารถของคนในศตวรรษที่ 7 ที่สามารถพัฒนานำระบบไฮโดรลิกมาใช้งานทดน้ำเพื่อการประปา

นำท่านชม สุสานของซิดิ ซาห์อับ หรือเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นมัสยิดของช่างตัดผม เป็นเสมือนอนุสรณ์สถานของศตวรรษที่ 17 หลุมฝังศพ โดม และอาคาร สร้างขึ้นโดย บีย์ มูราดิด ฮัมมูดา ปาชา (บีย์คือชื่อตำแหน่งเจ้าผู้ครองนคร หอมินาเรต หรือหอคอยยอดแหลม และห้องเรียนห้องสอนศาสนา สร้างโดยบีย์ มูราด ที่ 2 มัสยิดแห่งนี้เป็นที่เคารพบูชาของ อาบู ซามา อัลบาลาวี ผู้นำศาสนาอิสลามที่รู้จักกันอย่างดีในนาม ซาดิ ซาห์บี สหายขององค์ศาสดามูฮัมมัด ซึ่งเคยประกอบอาชีพช่างตัดผมและได้เก็บเครา 3 เส้นของพระศาสดามูฮัมมัดไว้ในกระเป๋าและติดตัวโดยตลอด จึงนำชื่อของท่านมาใช้กับมัสยิดแห่งนี้ ท่านจะได้ชมศิลปะการตกแต่งด้วยเซรามิก และปูนสทัคโค ที่งดงามตั้งแต่ระเบียงทางเดินภายใต้หลังจนถึงห้องหอด้านใน

นำท่านสู่ด้านในของกำแพงเมืองเก่าย่านเมดิน่า ชม สุเหร่าอัคบา ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 817 จากมัสยิดเดิมที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 670 โดย อัคบา อินาฟิ เพื่อเป็นอนุสรณ์เฉลิมฉลองการมีชัยชนะเหนือคริสเตียนไบเซนไทน์ ถึงแม้จะไม่หลงเหลือร่องรอยของสิ่งก่อสร้างอาคารดั้งเดิมในศตวรรษที่ 7 แต่มัสยิด ซิดิ อัคบา แห่งนี้ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นมัสยิดแรกและในเมืองแรกของศาสนาอิสลามในโลกอิสลามตะวันตก ความใหญ่โตของการก่อสร้าง คอลัมน์เสาหินแกรนิตจำนวน 414 ต้น ค้ำตัวอาคารที่เปรียบเสมือนดั่งกำแพงสี่ด้านกว้าง 70 ยาว 125 เมตร ล้อมรอบลานหินกว้างด้านหน้าเป็นหอคอยสามชั้นที่สูงใหญ่โต และอาคารมัสยิดหลังคาโดมที่ห้องโถงใช้สำหรับทำละหมาดสวดมนต์อาคารแสดงถึงศิลปะและสถาปัตยกรรมชั้นสูงของโลกอิสลามตะวันตก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่ เมืองสไบทลา เดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง เมืองโรมันโบราณ และเมือง อารยธรรมเก่าแก่ของพิวนิกที่บรรดาซากปรักของสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 7 และได้รับการดูแลเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุดในตูนีเซีย สบีทลา ผู้ปกครองเมืองได้ประกาศอิสระภาพ พ้นจากการอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรคริสเตียนไบเซนไทน์ แล้วยกตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ พร้อมกับสถาปนาสบีทลาขึ้นเป็นเมืองหลวงแทนคาร์เธจ ในปี ค.ศ. 646 หลังจากได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังอาหรับมุสลิมตะวันออกอย่างลับๆ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 642 แต่กระนั้นก็ได้จุดประกรายการเริ่มต้นของการสิ้นสุดของคริสเตียนในตูนีเซีย แล้วนำท่านชมสถานที่ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีในยุคสมัยโรมัน ที่สามารถบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตกาลได้เป็นอย่างดี จากซากปรักที่คงรูปทรงหลงเหลือให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นกำแพงซุ้มประตู ป้อมปราการ โรงละครกลางแจ้ง ศาลากลาง โบสถ์คริสเตียน ห้องอาบน้ำ และทางเดินที่ปูลาดรายเรียงด้วยก้อนหิน เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้ว จากนั่นเดินทางต่อสู่เมืองโทเซอร์ TOZEUR

เย็นรับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ พักที่ HOTEL KSAR ROUGE HOTEL 4* TOZEUR
วันพุธที่ 6 ธันวาคม โทเซอร์ - มิทลาวี - นั่งรถ 4x4 ชมโอเอซิส - ซาฮาร่า - เชบิกา - ทาเมอร์ซา - มิเดส – ทะเลเกลือ ชอต เอล จาริด – ดูซ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านโดยสารรถขับเคลื่อน 4 ล้อสู่โอเอซิส 3 แห่งที่กล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในโอเอซิสที่สวยงามมากที่สุด ได้แก่ เชบิกา ทาเมอร์ซา และมิเดส ให้ท่านได้เก็บภาพทะเลทรายและภาพโอเอซิสที่ให้ความชุ่มชื้นหล่อเลี้ยงพื้นที่และผู้คนอย่างยาวนาน เชบิกา ตั้งอยู่ที่เชิงเขาเป็นที่รู้จักกันในนามว่า Qasr EL - Shams หรือปราสาทแห่งดวงอาทิตย์ ในยุคสมัยโรมันเป็นที่ตั้งของด่านหน้า และต่อมาเป็นที่ลี้ภัยองชาวเบอร์เบอร์ เป็นโอเอซิสภูเขาภายใต้ร่มเงาของต้นปาล์มอินทผลัม มีแหล่งน้ำ น้ำตก และลำธารหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้น ทาเมอร์ซา โอเอซิสภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในตูนิเซีย และมีเมืองอยู่รอบนอกบริเวณเชิงเขา เต็มไปด้วยภูมิทัศน์ของแคนย่อนขุนเขาสูงชันแปลกตา กำแพงผาเป็นหินโค้ง มีน้ำพุที่ก่อตัวเป็นธารน้ำตกสองสายไหลหลั่งจากผาหินสีอมชมพูลงสู่หุบเบื้องล่าง สร้างความชุ่มชื้นต่อพืชพันธุ์ทำให้เจริญเติบโตแลดูสดชื่นเขียวขจีไปทั่งบริเวณ มิเดส โอเอซิสที่ถูกขนาบด้วยเขาลักษณะแคนยอนที่ถูกกันเซาะโดยสายน้ำในช่วงอดีตดึกดำบรรพ์ 2 ลูก เป็นแนวผาหินสีชมพูรูปทรงสวยงามมีความยาวถึง 3 กิโลเมตร สร้างความงดงามของภูมิทัศน์ธรรมชาติ และมีภัยธรรมชาติอันเกิดจากอุทกภัยในปี ค.ศ. 1969 เช่นเดียวกันกับที่เกิดขึ้นกับทาเมอร์ซา ได้ทำลายหมู่บ้านเก่าที่บ้านก่อด้วยอิฐฉาบโคลนไปสิ้น จึงต้องไปตั้งถิ่นฐานใหม่ไปสร้างบ้านสีขาวกระจัดกระจายท่ามกลางเนินเขาสูงเหนือหุบลึก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

บ่าย จากนั่นเดินทางต่อสู่เมืองดูซ เมืองที่ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศฯ ต้นทางของเส้นทางซาฮาร่าของกองคาราวานจึงเสมือนเป็น“ประตูสู่ซาฮาร่า”โดยแวะถ่ายรูปทะเลเกลือในทะเลทราย Chott El Jerid Salt Lake คำว่า Chott ภาษาตูนิเซียแปลว่าทะเลสาบที่เหือดแห้งตลอดฤดูร้อน แต่บางครั้งยังคงมีน้ำเหลืออยู่ในฤดูหนาว ทะเลเกลือ Chott El Jerid มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางถึง 5,000 ตารางกิโลเมตร และเมื่อหลายพันปีที่ผ่านมาบริเวณนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์เปลี่ยนเป็นพื้นดินทำให้เกิดการตกผลึกเป็นเกลือฝังลึกลงใต้พื้นผิว

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม ที่พักในเมืองดูซ พักค้างคืนที่โรงแรม EL MOURADI DOUZ
วันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม ดูซ - ตูจาน - แมทมาท่า - เมดินีน - สแฟกซ์

05.00 นำท่านขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นบนเนินทะเลทรายเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมฯ พร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองสแฟกซ์ ระหว่างทางแวะถ่ายรูปที่เมืองตูจาน (Toujane) หมู่บ้านชาวเบอร์เบอร์ที่ตั้งอยู่บนสองฟากของภูเขาที่แทงยอดสูงชะลูดเสียดฟ้า ถ่ายรูปสิ่งก่อสร้างที่ก่อขึ้นด้วยหินภูเขาในสถาปัตยกรรมที่มีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ในหมู่บ้านแห่งนี้ ท่านจะประทับใจกับวิวทิวทัศน์มุมมองจากหมู่บ้าน ที่มีสายน้ำต้นปาล์มอยู่มากมาย

ต่อจากนั้นนำท่านออกเดินทางต่อไปยัง เมืองแมทมาท่า เป็นเมืองขนาดเล็กที่ยังคงมีชาวเบอร์เบอร์อาศัยอยู่บางส่วนในถิ่นที่อยู่อาศัยโครงสร้างใต้ดินแบบดั้งเดิมโทรโกลไดด์ โครงสร้างดังกล่าวคือการขุดหลุมขนาดใหญ่เป็นปล่องลึกลงไปในพื้นดินและหินราว 5 – 10 เมตร จนเกิดเป็นลานกว้าง จากนั้นขุดเจาะตามแนวกำแพงปล่องเป็นโพรงถ้ำเพื่อใช้เป็นห้องพัก และห้องต่างๆ โดยมีทางเดินแคบๆ เชื่อมต่อกัน มีบันไดทอดเทียบเพื่อลงไปสู่ลานบ้านหลุม และสามารถจัดเก็บได้เมื่อไม่ใช้งานนำท่านชมบ้านหลุมโทรโกลไดท์ ที่โด่งดัง บางหลุมถูกใช้เป็นฉากสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Star Wars มหากาพย์ที่โด่งดัง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันภายในโรงแรม

บ่าย เดินทางต่อสู่เมืองเมดินีน Medenine ในอดีตเป็นที่ตั้งกองกำลังจากเยอรมัน และมาเป็นที่อยู่ของชาวเบอร์เบอร์ต่อมาคำว่าเมดินีนในภาษาเบอร์เบอร์สร้างแบบห้องๆด้วยดินเหนียว เรียกห้องๆแบบนี้ว่า กอร์ฟา Ghorfas ปัจจุบันยังคงเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเบอร์เบอร์ และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆใช้ในการถ่ายภาพยนตร์ Star Wars ได้เวลาเดินทางต่อสู่เมืองสแฟกซ์ ประมาณ 4 ชั่วโมง เมืองสแฟกซ์ถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงรองจากเมืองตูนิส เมืองที่ติดท่าชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สำคัญ สร้างขึ้นราวในปี ค.ศ.849 บนบนซากปรักของเมืองโบราณเก่า ปัจจุบันเป็นเมืองสำคัญทางการค้า เศรษฐกิจของตูนีเซียอย่างมาก //หลังจากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม พักที่ HOTEL OLIVER PALACE หรือเทียบเท่า
วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม สแฟกซ์ – เอล เยม – ฮัมมาเหม็ด

เช้า รับประทานอาหารเช้าพร้อมเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม
นำท่านสู่เมืองเอล เยม เมืองเล็ก ๆทางตะวันออกของประเทศ เป็นอดีตเมืองโรมัน ที่เป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดในทวีปอัฟริกาต่อจากคาร์เธจ ซากปรักของอัฒจันทร์โคลอสเซี่ยมที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 230 หรือกลางศตวรรษที่ 3 เป็นโคลอสเซี่ยมที่ใหญ่โตพอ ๆกับโคลอสเซี่ยมในกรุงโรม โดยมีความกว้าง 122 เมตร ยาว 148 เมตร สูง 35 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ถึง 35,000 คน ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1979

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำคณะออกเดินทางสู่เมืองฮัมมาเมต สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ติดอันดับต้น ๆของตูนีเซีย ฮัมมาเมต เป็นเมืองชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยอดนิยมของชาวตูนิเซีย ซึ่งมีหาดที่มีทรายละเอียด น้ำทะเลเป็นประกาย เรือประมงสีสดใส เหมาะแก่การเดินเล่นริมชายหาด แวะเที่ยวชมจัตุรัสเมดิน่าที่มีกำแพงและป้อมปราการล้อมเป็นฉากหลังแต่ด้านในมีร้านค้า ร้านกาแฟ งานของฝากสินค้าพื้นเมืองมากมาย ได้เวลาเดินทางต่อสู่เมืองฮัมมาเหม็ด

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม พักที่ HOTEL LE ROYAL HAMMAMET
วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม ฮัมมาเหม็ด - นาเบล - คาร์เธจ - ตูนิส

เช้า รับประทานอาหารเช้าพร้อมเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองหลวง เมืองตูนิส โดยผ่านเมืองนาเบล เมืองที่มีชื่อเสียงด้านการทำเครื่องปั้นดินเผาเซรามิคลวดลายต่างๆและส่งขายทั่วทั้งประเทศตูนีเซีย ที่นี่จะมีสาธิตวิธีการเขียนลวดลายบนลงงาน กระเบื้องทั้งหมด จากนั่นได้เวลาเดินทางเข้าสู่เมืองคาร์เธจ

นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชสู่เมืองคาร์เธจ ในยุคกรีกโบราณคือนครคาร์เธจที่ถูกสร้างขึ้นโดยชาวฟินิเซีย ตั้งอยู่บนแหลมบริเวณเวิ้งอ่าวตูนิส ทำให้ได้เปรียบในด้านการเดินเรือ การค้าทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สำคัญเป็นจุดส่งผ่านขึ้นเรือทุกลำที่จะข้ามทะเลสู่เกาะซิซีลี แต่นครคาร์เธจได้สูญสลายการพ่ายแพ้ต่อกองทัพโรมันในสงครามพิวนิกที่โรมันได้เผาทำลายนครคาร์เธจจนสิ้นซาก ดังนั้นจึงเป็นเพียงตำนานเล่าขานของนครคาร์เธจเท่านั่น ในเวลาต่อมาโรมันได้กลับมาสร้างเมืองคาร์เธจให้โชติช่วงขึ้นใหม่บนซากปรักหักพัง พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ โรงละครวิลล่า และห้องอาบน้ำ นครคาร์เธจกลายเป็นเมืองหลวงในการบริหารในแถบอัฟริกา

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านชมซากปรักหักพัง ซึ่งได้มีการระดมนักโบราณคดีจากหลายชาติมาช่วยบูรณะพื้นที่ที่ครอบคลุม โรมันโบราณ จึงได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ. 1979 ชมห้องอาบน้ำร้อนแอนโตอินิน เป็นหนึ่งในห้องอาบน้ำที่ใหญ่ที่สุดที่สร้างขึ้นภายใต้อาณาจักรโรมัน กับห้องเย็นที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ด้วยความยาวงถึง 47 เมตรและสูง 15 เมตร จากเมืองคาร์เธจเดินทางสู่เมืองตูนิสใช้เวลาประมาณ45นาที จากนั่นผ่านชมเมืองตูนิสได้แก่ Gate of France ประตูเมืองฝรั่งเศส, เมดิน่า ,สถานทูตฝรั่งเศส และโบสถ์คาธอลิค ตั้งอยู่บนถนน Habib Bourguiba ใจกลางเมืองตูนีส

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม พักที่ HOTEL AFRICA HOTEL TUNIS
วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พิพิธภัณฑ์บาร์โด – ตูนิส – โดฮา

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านชมพิพิธภัณฑ์บาร์โด อดีตเป็นพระราชวังเก่าของบีย์ ผู้มีตำแหน่งครอบครองหรือประมุขของรัฐในอดีต อาคารพระราชวังมีความสำคัญทางสถาปัตยกรรมในศตวรรษที่13แบบดั้งเดิมได้รับการต่อเติมขยายเพื่อรวบรวมศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชาวตูนีเซียตั้งแต่สมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งโบราณวัตถุมากมาย

12.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

13.00 ได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน

16.25 ออกเดินทางจากตูนิส โดยเที่ยวบินที่ TK664

21.05 ถึงสนามบินเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม อิสตันบูล – สุวรรณภูมิ/ กรุงเทพฯ

01.55 ออกเดินทางจากสนามบินอิสตันบูล โดยเที่ยวบินที่ TK68

14.50 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ


********** จบรายการทัวร์ **********

วันเดินทางและอัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่ พัก 2 ท่าน เด็กพักกับผู้ใหญ่ เด็กพักกับผู้ใหญ่ เสริมเตียง พักเดี่ยว เพิ่ม หมายเหตุ สอบถาม
ไม่มี
อัตรานี้รวม

1.ค่าตั๋วโดยสารสายการบิน ตุรกีแอร์ไลน์ ชั้นประหยัดโหลดได้ไม่เกิน 1 ชิ้นน้ำหนัก 23 กิโลกรัม
2.กระเป๋าเดินทางน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม/ท่าน
3. ค่าวีซ่าหมู่คณะเข้าประเทศตูนิเซีย
4.ค่าโรงแรมที่พัก ห้องเตียงคู่ ตามที่ระบุในรายการ
5.ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุอยู่ในรายการฯ
6.ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างการเดินทาง และค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุอยู่ในรายการ
7.ค่าประกันอุบัติเหตุ ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์ของประกันภัยไทยวิวัฒน์

อัตรานี้ไม่รวม

1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่นค่าโทรศัพท์และ/หรือโทรสาร และ/หรืออินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์
และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการฯ
2.ค่าเครื่องดื่มและน้ำดื่มที่สั่งเพิ่มระหว่างอาหาร และระหว่างการเดินทาง
3.ค่าทิปตามธรรมเนียม US$ 45 สำหรับไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ
4.ทิปหัวหน้าทัวร์ ตามความพอใจของคณะผู้เดินทาง

หมายเหตุ

1.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรม แต่คำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
2.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
3.เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นได้ทำการตกลงหรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมืองในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู
4.ตั๋วเครื่องบินในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น) ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
5.โรงแรมและห้อง ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้นในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ TRADE FAIR

กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาดวัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตราองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีความกว้าง ( 9.75 นิ้ว ) + ยาว ( 21.5 นิ้ว ) + สูง ( 18 นิ้ว ) ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตราฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกินกระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)การชดเชยค่ากระเป๋า

ในกรณีเกิดการสูญหาย ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่ กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ไม่ใช่ระหว่างบิน) ซึ่งอยู่ในความความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายละเอียดข้างต้นเท่านั้นกรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

เอกสารสำหรับยื่นวีซ่า

เอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศตูนิเซีย
1.หนังสือเดินทางมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางกลับ
2.รูปถ่ายสี หน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
3.ใช้เวลาในการดำเนินการ 20 วัน

การจองทัวร์ /เงื่อนไขการจองทัวร์
1.แจ้งจองทัวร์ผ่านฟอร์มติดต่อด้านล่าง หรือส่งอีเมล์มาที่ info_thailand@planetworldwide.com
2.พร้อมทั้งส่งสำหน้าหน้าแรกของพาสปอร์ต มาที่อีเมล์ info_thailand@planetworldwide.com หรือแฟกซ์ที่เบอร์ 02 744 4955
3.ชำระเงินมัดจำค่าทัวร์

 

1.ส่งสำเนาหนังสือเดินทาง พร้อมชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท
2.ชำระเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือก่อนการเดินทางประมาณ 20 วันทำการ

หมายเหตุ... กรณีพัก3ท่านต่อ 1ห้องลูกค้าต้องรับเตียงเสริมแบบห้องสแตนดาร์ดอาจทำให้ห้องดูแคบลง
หมายเหตุ...บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางในกรณีจำนวนผู้เดินทางต่ำกว่ากำหนด 20 ท่าน
หมายเหตุ.....บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการของโปรแกรม/รายการในแต่ละวัน เมื่อเกิดเหตุจำเป็น สุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของคณะผู้เดินทางเป็นสำคัญ


จองทัวร์ | สอบถามรายการทัวร์นี้:

สอบถามทัวร์ตูนีเซีย แกรนด์ตูนีเซีย รวม 11 วัน 8 คืน โดยสายการบินตุรกีแอร์ไลน์
ชื่อลูกค้า: อีมเล์: 
เบอร์โทร:

คำค้นหา:  ทัวร์ตูนีเซีย เที่ยวตูนีเซีย ทัวร์ตูนิเซีย
TOP