ทัวร์ปัตตานี นราธิวาส ยะลา เบตง ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

     ท่องเที่ยวใต้สุดของไทย ปัตตานี นราธิวาส ยะลา เบตง ชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง นราธิวาส ชมวัดชลธาราสิงเห พระอารามหลวง สร้างปี พ.ศ. 2403 ในปลายรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชมสะพานคอย 100 ปี สะพานไม้ ความยาว 345 เมตร ซึ่งทอดข้ามแม่น้ำตากใบไปยังเกาะยาว สักการะศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่าศาลเจ้าแม่มาจู่ ยะลา ชมวัดคูหาภิมุข ร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2390 ภายในประดิษฐาน พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ ภายในถ้า ยังมีหินงอกหินย้อย ชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง ทะเลหมอกสุดสวยของภาคใต้และสวยอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ปัตตานี ชมสกายวอล์ค ปัตตานี ตั้งอยู่ภายใต้สวนสมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชมหอนิทรรศน์สานอารยธรรมจังหวัดปัตตานี หรือพิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติชุมชนจีนโบราณ



วันแรก กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ) - นราธิวาส




06.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ROW C เคาน์เตอร์สายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์



08.05 น. ออกเดินทางสู่ จังหวัดนราธิวาส โดยสายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ WE293 (ใช้เวลาบินประมาณ 1.30 ชั่วโมง)



09.35 น. ถึง ท่าอากาศยานนราธิวาส



เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน



จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง วัดชลธาราสิงเห พระอารามหลวง หรือวัดพิทักษ์แผ่นดินไทย ตั้งอยู่ที่ ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ ก่อสร้างโดยพระคุณโอภาสพุทธคุณ (พุด) เมื่อปี พ.ศ. 2403 ในปลายรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนการตั้งอำเภอตากใบ 49 ปี ภายในพื้นที่วัดประกอบด้วยอาคารสำคัญหลายแห่ง อาทิ พระอุโบสถ ศิลปะรัตนโกสินทร์ สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังคาซ้อน 3 ชั้น มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบัน ประดับลวดลายปูนปั้น เป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระประธานเป็นรูปปางมารวิชัยภายในซุ้มเรือนแก้ว นอกจากนี้ยังปรากฏ ภาพจิตรกรรม ฝาผนังโดยลักษณะจิตรกรรมเป็นสีฝุ่น เขียนโดยพระภิกษุชาวสงขลา ลายเทพชุมนุม ภาพชีวิตความ เป็นอยู่ในอดีต ไตรภูมิ และลาดับภาพพุทธประวัติ พลับพลาที่ประทับในรัชกาลที่ 6 สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ได้เสด็จประพาส วัดชลธาราสิงเห และทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพลับพลาริมแม่น้ำตากใบเป็นที่ประทับสำหรับ ทอดพระเนตรการแข่งเรือยาว และ วิหารพระพุทธไสยาสน์ ตั้งอยู่บริเวณหน้าเจดีย์ เป็นวิหารคลุม พระไสยาสน์มีขนาดกว้าง 5.90 เมตร ยาว 9.90 เมตร สร้างโดยพระครูสิทธิสารวิหารวัตรเมื่อปี พ.ศ.2484 ภายในวิหารมีพระพุทธไสยาสน์ประดิษฐานอยู่ตอนท้ายของวิหารโถงและติดกับฐานเจดีย์ เป็นอาคารเครื่องก่อ มีฝาผนังทั้งสี่ด้าน มีประตูทางเข้าทางทิศตะวันตก (สันนิษฐานว่าอาคารโถง น่าจะเป็นการต่อเติมในสมัยหลัง) องค์พระพุทธไสยาสน์เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ประดับด้วยกระจก สีทองโดยประทับอยู่บนนาค ประดิษฐานอยู่ในคูหาที่ประดับด้วยเครื่องถ้วยยุโรป จีน และ ญี่ปุ่น



นำท่านเดินทางไปยัง สะพานคอย 100 ปี สะพานไม้ ความยาว 345 เมตร ซึ่งทอดข้ามแม่น้ำตากใบไปยังเกาะยาว ปัจจุบันได้มีการสร้างสะพานปูน แข็งแรง และสวยงามทอดยาวขนาบไปกับสะพานไม้อันเก่าเพื่อใช้เป็นเส้นทางหลักในการสัญจรของชาวบ้าน และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเหมาะกับการพักผ่อน รวมทั้งได้เรียนรู้ วิถีชีวิตชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เป็นชาวมุสลิมประกอบอาชีพประมงและสวนมะพร้าว



จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง อ.สุไหงโก-ลก เพื่อสักการะ ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่าศาลเจ้าแม่มาจู่ (เจ้าแม่ทับทิม เทพธิดาแห่งท้องทะเลของจีน) มีการสร้างศาลเจ้าเพื่อบูชาเจ้าแม่มาจู่ ตั้งแต่สมัยก่อนสงครามเอเชียบูรพาโดยกัปตันคิวหัวหน้าคนงานเหมืองแร่สัมปทาน ปัจจุบันมีการจัดงานสมโภชองค์เจ้าแม่โต๊ะโมะ เป็นประจำทุกปี โดยจะจัดทุกวันที่ 23 เดือน 3 ตามปฏิทินจีนซึ่งตรงกับวันเกิดของเจ้าแม่มาจู่



ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ นำท่านเข้าที่พัก โรงแรมอิมพีเรียล นราธิวาส (Imperial Narathiwat Hotel) หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว *โรงแรมท้องถิ่น*




วันที่สอง นราธิวาส-เบตง




เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม



นำท่านเดินทางไปสักการะ เทวสถานองค์พระพิฆเนศปางประทานพร ตั้งอยู่บริเวณศาลเจ้าโก้วเล้งจี่ เขามงคลพิพิธ ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ประติมากรรมพระพิฆเนศ ถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งศิลปะ ความเมตตาและความสำเร็จ การสร้างเกิดจากความเลื่อมใสศรัทธาของชาวนราธิวาส โดยมีลักษณะเป็นเทวรูปประทับนั่งในท่าลลิตาสนะ สวมศิลาภรณ์ (มงกุฎ) ประดับโมเสกแก้วหลากหลายสี ห่มพัตราภรณ์ ลักษณะนุ่งแบบอินเดียมีแท่นประทับอยู่บนดอกบัว ขนาดหน้าตักกว้าง 7 เมตร สูง 16 เมตร มี 4 กร ภายในเทวสถานมีวิหารหนุมานและวิหารไสบาบา พระพิฆเณศองค์นี้มีพิธีเบิกพระเนตรเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2555



นำท่านชม ศาลเจ้าโก้วเล่งจี่ ศาลเจ้าจีนแห่งแรกในนราธิวาสที่สร้างขึ้นบริเวณเขามงคลพิพิธ มีลักษณะที่แปลกกว่าศาลเจ้าอื่นเนื่องด้วยมีเจ้าศาลเป็นหัวมังกรคาบแก้ว ภายในมีรูปปั้นจาลองของเทพเจ้าจีน อาทิ พระยูไล เจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าเห้งเจีย เป็นต้น นอกจากนี้ยังประดิษฐานรูปหล่อหลวงปู่ทวดเหยียบน้าทะเลจืดที่ปลุกเสกโดยหลวงปู่ทิมหรือพระครูวิสัยโสภณวัดช้างให้อีกด้วย



นำท่านเดินทางไปยัง มัสยิดตะโละมาเนาะ หรือมัสยิดวาดีลฮูเซ็น เป็นศาสนสถานในศาสนาอิสลามแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใน ต.ลุโบะสาวอ อ.บาเจาะ มัสยิดแห่งนี้สร้างด้วยเครื่องไม้ดั้งเดิมที่มีความงดงามและเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลกมลายู ภายในเป็นที่เก็บรักษาพระคัมภีร์อัลกุรอานซึ่งเขียนด้วยลายมือของวันฮุซเซน อัซซานาวี อิหม่ามคนแรกของมัสยิด และยังเป็นมัสยิดที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานกันระหว่างมลายู ไทย และจีน



เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน



จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เบตง จังหวัดยะลา นำท่านชม วัดคูหาภิมุข เดิมชื่อวัดหน้าถ้ำ ตั้งอยู่ที่บ้าน หน้าถ้ำ ต.หน้าถ้า อ.เมืองยะลา สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2390 โดยผู้ใหญ่บ้านบ้านหน้าถ้ำในขณะนั้นเพื่อใช้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลในหมู่บ้าน ภายในวัดคูหาภิมุขมีถ้าใหญ่ ประดิษฐาน พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ ภายในถ้ำ ยังมีหินงอกหินย้อย และน้ำใสสะอาดไหลรินจากโขดหิน ปัจจุบันวัดคูหาภิมุขเป็นวัดที่สำคัญของเมืองยะลา มีพิพิธภัณฑ์ศรีวิชัยเก็บวัตถุโบราณที่ได้มาจากวัดถ้ำ ภูเขากำปั่น พระพิมพ์ดินดิบ สถูปเม็ดพระศก อิฐฐานพระพุทธรูป



จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เบตง อำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย โดยมีลักษณะเป็นหัวหอกยื่นเข้าไปในประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่ในแนวทิวเขาสันกาลาคีรี ด้วยภูมิประเทศของอำเภอเบตงส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงจึงทาให้เบตงมีอากาศดีและมีหมอกตลอดปี



ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ นำท่านเข้าที่พัก โรงแรม Grand Mandarin Betong Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว *โรงแรมท้องถิ่น*




วันที่สาม เบตง




เช้าตรู่ นำท่านชม ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง ทะเลหมอกสุดสวยของภาคใต้และสวยอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ทะเลหมอกท่ามกลางผืนป่าขนาดใหญ่ ด้วยระดับความสูงของทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ทำให้สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้กว้างไกลสุดสายตา อีกทั้งยังจะได้เห็นหมอกที่จับตัวกันเป็นชั้นหนา เต็มผืนฟ้า และที่สำคัญสามารถมองเห็นได้ตลอดทั้งปี รวมถึงได้มีการพัฒนาพื้นที่จุดชมวิวทะเลหมอก ด้วยการสร้างอาคารหอชมวิว มีจุดถ่ายภาพชมวิวที่หลากหลาย 



เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม



นำท่านชม อุโมงค์ปิยะมิตร ตั้งอยู่ที่บ้านปิยะมิตร 1 ต.ตะเนาะแมเราะ อ.เบตง เป็นอุโมงค์ที่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยหรืออดีตกลุ่มโจรคอมมิวนิสต์มลาสร้างขึ้นเป็นฐานของพรรคคอมมิวนิสต์มลายา เขต 2 เมื่อปี พ.ศ.2519 ใช้หลบการโจมตีทางอากาศและสะสมเสบียง การสร้างใช้กาลังคน 40-50 คน ขุดเข้าไปในภูเขา และใช้เวลาเพียง 3 เดือนจึงแล้วเสร็จ อุโมงค์มีความกว้าง 50-60 ฟุต ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถจุคนได้เกือบ 200 คน มีทางเข้าออกทั้งหมด 9 ทาง เชื่อมต่อถึงกันหมด ปัจจุบันเหลือ 6 ทาง ภายในมีสถานีวิทยุของอดีตกลุ่มโจรคอมมิวนิสต์มลา ห้องนอน ห้องเก็บเสบียง ด้านบนเป็นป่ารกมีต้นไม้ใหญ่มากมายปกคลุม ยากแก่การค้นหาและถูกค้นพบโดยทหารฝ่ายรัฐบาล



นำท่านชม สวนดอกไม้เมืองหนาว หรือสวนหมื่นบุปผา ตั้งอยู่ที่บ้านปิยะมิตร 2 ต.ตะเนาะแมเราะ อ.เบตง หนึ่งในโครงการไม้ดอกเมืองหนาวอันเนื่องมาจากพระราชดาริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และได้ทรงอักษรจีนพระราชทานนาม สวนแห่งนี้ว่า ว่านฮัวหยวน หรือแปลเป็นไทยว่า "สวนหมื่นบุปผา" เป็นสถานที่รวบรวม เพาะปลูก และจัดจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวทั้งสายพันธุ์ไทยและต่างประเทศ



เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน



นำท่านชม วงเวียนหอนาฬิกาเบตง สถานที่ตั้งของหอนาฬิกาคู่บ้านคู่เมืองเบตงที่สร้างขึ้นจากหินอ่อนตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของเมือง บริเวณจุดตัดของถนนสุขยางค์กับถนนรัตนกิจ และตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งสามารถหย่อนไปรษณียบัตรสำหรับส่งจดหมายได้จริง ด้านบนสุดของตู้ไปรษณีย์จะเป็นลำโพงกระจายเสียงใช้สาหรับกระจายข่าวต่าง ๆ ให้ชาวบ้านในพื้นที่รับทราบ ชม อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทยความยาว 268 เมตร ภายในอุโมงค์ตกแต่งด้วยไฟประดับหลากสีสัน แวะชมและถ่ายรูปกับ สตรีทอาร์ทเบตง แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเบตงซึ่งเป็นผลงานจิตรกรรมฝาผนังจากการสร้างสรรค์ของศิลปินชื่อดังระดับแนวหน้าของประเทศ 30 ชิ้น กระจายตัวอยู่ตามกาแพงและตึกรามบ้านช่องรอบเบตง



ชม วัดโพธิ์สัตโตเจ้าแม่กวนอิมเบตง หรือวัดกวนอิม สร้างขึ้นตั้งแต่ ปีค.ศ.1966 โดยได้รวบรวมเงินจากผู้มีจิตศรัทธาช่วยกันบริจาคเพื่อสร้างวัดกวนอิมแห่งนี้ โดยวัดกวนอมแห่งนี้ก่อสร้างอย่างโดดเด่นบริเวณบริเวณเนินเขาของสวนสุดสยาม ดึงดูดทุกสายตาด้วยเจดีย์ 7 ชั้น ที่ออกแบบก่อสร้างอย่างงดงาม วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพสำคัญๆ หลายองค์ อาทิ เจ้าแม่กวนอิม ท่านแป๊ะกง ท่านกวงกง เจ้าแม่จิวหวังเหย่ ยี่หวังต้ตี้ หวาโถ่วเซียนซื่อ ขงจื้อ เป็นต้น มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและมาเลเซียเลื่อมใสศรัทธาเดินทางมาสักการะขอพรเป็นจานวนมาก ส่วนมากจะขอพรด้านการมีบุตรและโชคลาภ



ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ นำท่านเข้าที่พัก โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี (C.S. Pattani Hotel) หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว *โรงแรมท้องถิ่น*




วันที่สี่ ปัตตานี-นราธิวาส




เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม



จากนั้นนำท่านชม สกายวอล์ค ปัตตานี (Skywalk-Pattani Adventure Park) ตั้งอยู่ภายใต้สวน สมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือสวนแม่-สวนลูก เป็นทางเดินชมธรรมชาติในมุมสูง สร้างด้วยโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ ความสูง 12 เมตร หรือประมาณตึก 3 ชั้น ทางเดินเป็นตาข่ายเหล็กโปร่งที่สามารถรองรับน้ำหนักได้มากถึง 400 กิโลเมตรต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร และสามารถมองเห็นพื้นด้านล่างได้อย่างชัดเจนเป็นระยะทางประมาณ 400 เมตร



นำท่านชมเส้นทาง อารมณ์ดี หรือเส้นทางบนถนน 3 สาย ได้แก่ ถนนอาเนาะรู ถนนปัตตานีภิรมย์ และถนนฤาดี ย่านเมืองเก่าปัตตานีที่เป็นศูนย์รวมของพหุวัฒนธรรมระหว่างชาวไทยจีน ไทยพุทธ และไทยมุสลิม อาคารบ้านเรือนต่าง ๆ สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ ชุมชนจีน ตึกชิโนโปรตุกีส ร้านค้าแบบมลายู เป็นต้น



นำท่านชม หอนิทรรศน์สานอารยธรรมจังหวัดปัตตานี หรือพิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติชุมชนจีนโบราณ ที่เข้ามาอยู่ในจังหวัดปัตตานี ภายในพิพิธภัณฑ์มีการใช้เทคโนโลยี QR Code สำหรับผู้ชมที่ต้องการศึกษาข้อมูลด้วยตนเองตามหัวข้อต่าง ๆ อาทิ ประวัติการเข้ามาอยู่ในจังหวัดปัตตานีของคนจีน ประวัติของเเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ประวัติเทพเจ้าสำคัญองค์ต่าง ๆ ในศาลเจ้า การอยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม ไทย-จีน-มุสลิม เป็นต้น



นำท่านเดินทางไปยัง มัสยิดกรือแซะ (Masjid Kerisek) หรือ มัสยิดสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์ เป็นมัสยิดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีในจังหวัดปัตตานี สันนิษฐานว่าเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 22 ร่วมสมัยกรุงศรีอยุธยามีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ามัสยิดปิตูกรือบัน ชื่อนี้เรียกตามรูปทรงของประตูมัสยิด ซึ่งมีลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบโกธิคของชาวยุโรปและแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง



นำท่านสักการะ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง หรือเป็นที่รู้จักในนาม ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ก่อตั้งขึ้น โดยชาวจีนในเมืองปัตตานีเมื่อปี พ.ศ.2117 ในยุคจักรพรรดิว่านลี่แห่งราชวงศ์หมิงตรงกับรัชกาล สมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นศาลเจ้าตามคติจีนหนึ่งในสามแห่งของจังหวัดปัตตานีและเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง ภายในประดิษฐานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่แกะสลักด้วยไม้มะม่วงหิมพานต์ต้นเดียวกันกับที่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตายหลังจากที่ไม่สามารถนำตัวพี่ชายอย่างลิ้มโต๊ะเคียมกลับประเทศจีนได้ตามคำร้องขอของผู้เป็นมารดา



แวะชม มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี (Pattani Central Mosque) เป็นมัสยิดที่ตั้งอยู่ในต.อาเนาะรู อ.เมืองปัตตานี สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2497 ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากทัชมาฮาล มียอดโดมสีเขียวขนาดใหญ่กลางอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น และโดมขนาดเล็กลงไปล้อมรอบ 4 ด้าน ด้านข้างมีหออะซาน 2 หอ และมีสระน้าเบื้องหน้าส่องสะท้อนแสงเงาของมัสยิดอย่างงดงาม เคยใช้เป็นสถานที่ต้อนรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2536 และเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้นับถือศาสนาอิสลามในภาคใต้ที่สำคัญแห่งหนึ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน



เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน นำท่านเดินทางไปยัง วังยะหริ่ง (Ya-Ring Palace) ตั้งอยู่ในต.ยามู อ.ยะหริ่ง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2428 ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดีศรีสุรสงคราม เจ้าประเทศราชเมืองยะหริ่งที่ 3 วังยะหริ่งมีลักษณะเป็นเรือนไม้กึ่งปูน 2 ชั้น สร้างขึ้นโดยใช้สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างไทยอิสลาม ชวา และยุโรป ตกแต่งด้วยโทนสีฟ้า และเป็นสถานที่เก็บรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองยะหริ่ง อาทิ เอกสารราชการ เครื่องโถ ถ้วยชาม ภาพเขียน และภาพถ่าย เป็นต้น



นำท่านเดินทางไปยัง วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม (Wat Chang Hai Rat Buranaram) วัดเก่าแก่อายุมากกว่า 300 ปี ตั้งอยู่ใน ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ สถานที่ตั้งของมณฑปบรรจุอัฐิของหลวงปู่ทวดซึ่งเคยดารงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดช้างให้ และเป็นหนึ่งในวัดที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินในพิธียกฉัตรทองคาในวันที่ 29 สิงหาคม 2520



ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ นำท่านเข้าที่พัก โรงแรมอิมพีเรียล นราธิวาส (Imperial Narathiwat Hotel) หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว *โรงแรมท้องถิ่น*




วันที่ห้า นราธิวาส-กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ) 




เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม



จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง อ.โคกเตียน จังหวัดนราธิวาส นำท่านชม อู่ต่อเรือกอและ ณ หาดบ้านทอน ตั้งอยู่ที่ ต.โคกเตียน อ.เมืองนราธิวาส สถานที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงไทยมุสลิมและเป็นสถานที่ผลิตเรือกอและแห่งสุดท้ายในนราธิวาส



นำท่านชม การสาธิตการวาดลวดลายและลงสีเรือกอและ และอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมจากกระจูด อาทิ เสื่อ ตะกร้า กระเป๋า เป็นต้น



นำท่านออกเดินทางสู่ท่าอากาศยาน นราธิวาส



15.05 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ) โดยสายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ WE292 (ใช้เวลาบินประมาณ 1.40 ชั่วโมง)



16.45 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) โดยสวัสดิภาพ




** คณะ 8 ท่านขึ้นไป ยืนยันการเดินทาง


**ไกด์รับ-ส่ง ที่สนามบิน


** เดินทางโดยรถตู้


** เส้นทางนี้ที่พักเป็นโรงแรมท้องถิ่น 


** ราคาทัวร์ ยังไม่รวมตั๋วเครืองบิน



 



********** จบรายการทัวร์ **********

วันเดินทางและอัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่ พัก 2 ท่าน เด็กพักกับผู้ใหญ่ เด็กพักกับผู้ใหญ่ เสริมเตียง พักเดี่ยว เพิ่ม หมายเหตุ สอบถาม
16 พ.ย. 63 - 20 พ.ย. 63 10,900 10,900 10,900 2,900  2 ที่สุดท้าย  สอบถาม
4 ธ.ค. 63 - 8 ธ.ค. 63 10,900 10,900 10,900 2,900 สอบถาม
10 ธ.ค. 63 - 14 ธ.ค. 63 10,900 10,900 10,900 2,900 สอบถาม
อัตรานี้รวม

1.ค่ารถปรับอากาศ /รถตู้ /พาหนะ นำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ
2.ค่าห้องพัก (ห้องละ 2 ท่าน) ในโรงแรมที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า *โรงแรมท้องถิ่น*
3.ค่าอาหารที่ระบุในรายการ ให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่น
4.ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาล 100,000 บาท
*เงื่อนไขการเอาประกัน และการคุ้มครองประกันการเดินทาง ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯประกันภัย ตามกรมธรรม์เท่านั้น*

อัตรานี้ไม่รวม

1.ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด , ค่าเครื่องดื่มและอาหารนอกเหนือจากในรายการ
2.ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (กรณีต้องการใบกำกับภาษี)
3.ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (กรณีเดินทางโดยสารการบิน)
4.ค่าทิปไกด์ และคนขับรถ ขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้า เพื่อเป็นกำลังใจ
5.ค่าทิปบริการยกกระเป๋า ที่สนามบิน โรงแรม เรือ หรือรถบริการ ..
6.ค่าตั๋วเครื่องบิน

หมายเหตุ

- บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือ ด้วยเหตุผลใด ๆ หรือเหตุผลเรื่องการควบคุมโรค ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือ บางส่วน
- บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่อาจเพิ่มขึ้น เช่น อาหาร โรงแรม ค่าเปลี่ยนตั๋วเครื่องบินภายในประเทศไทย ในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ เกิดการล่าช้าของสายการบิน เปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน และยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน ,อุบัติเหตุร้ายแรงตามธรรมชาติต่างๆ , การนัดหยุดงาน , ปัญหาทางการเมือง , การจลาจล , การโจรกรรม , การควบคุมโรคติดต่อ และสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุอันเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของบริษัท
- บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์, กำหนดวันเดินทาง,สายการบิน, และราคาทัวร์ ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
- ยกเลิกการเดินทางทุกกรณีหรือไม่เดินทางพร้อมคณะ บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นลักษณะของการเหมาจ่ายแบบหมู่คณะ ไม่สามารถแยกคืนได้
- ห้องพักสำหรับ พัก 3 ท่าน จะเป็นห้องพักมาตรฐาน 2 ท่าน ส่วนอีก 1 ท่านเป็นเตียงเสริม
- สำหรับรายการทัวร์เป็นการชมความงามธรรมชาติ บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบความสวยงามได้ แต่ละวันเดินทางสถานที่ท่องเที่ยวอาจมีความสวยงามแตกต่างกันไป ช่วงเวลา ฤดูกาล สภาพอากาศ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่สามารถควบคุมได้
-การขอที่นั่งพิเศษ เช่น ริมทางเดิน ริมหน้าต่าง เป็นการจัดการของสายการบิน บริษัทฯ ไม่การันตี และไม่สามารถรับผิดชอบ กรณีไม่ได้ที่นั่งตรงตามลูกค้าต้องการได้ เนื่องจากเป็นการจัดการของสายการบิน บริษัทฯ ไม่สามารถแทรกแซงได้

*กรณีลูกค้าซื้อตั๋วเอง และออกตั๋วบินภายในประเทศ ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯว่าสามารถออกตั๋วได้เท่านั้น กรณีลูกค้าออกตั๋วเองโดยไม่ได้รับการยืนยัน รวมทั้งการเปลี่ยนเวลาบิน ยกเลิกเที่ยวบินเกิดจากสายการบิน บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
- กระเป๋าสัมภาระ บริษัทฯยินดีให้บริการลูกค้าและไม่ได้บวกรวมค่ากระเป๋าเสียหาย ลงในค่าทัวร์ ดังนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุใดๆ ก็ตามกรณี ค่ากระเป๋าเสื่อมสภาพ แตกหัก หูหิ้วหลุด จากการยกขึ้นสายพาน หรือยกเข้าโรงแรมหรือเข้าเรือ หรือยกลงจากรถบัส หรือ เป็นรอยขีดข่วน ดังนั้น กรณีที่ท่านยอมรับความเสียหายได้ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่หน้างานเพื่อยกให้ท่าน บริษัทฯ ยินดีให้บริการแต่กรณีที่ท่านจะยกเอง รบกวนแจ้งเจ้าหน้าที่หน้างานก่อนการซื้อขายทัวร์... เพื่อจะได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ท่านยกกระเป๋าท่านเองทุกๆสถานที่ ทั้งนี้บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบความเสียหายใดๆได้

 

การจองทัวร์
1.ส่งสำเนาบัตรประชาชน พร้อมชำระเงินมัดจำท่านละ 1,000 บาท
2.ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทางประมาณ 25 วันทำการ

กรณียกเลิก
1.กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 31 วันขึ้นไป **เฉพาะช่วงที่ไม่ใช่เทศกาลหรือวันหยุดยาว ปีใหม่ สงกรานต์** คืนเงินทั้งหมด
**(ยกเว้น กรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำกับสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)**
2. กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 25 วัน **เฉพาะช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว ปีใหม่ สงกรานต์** เก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด
3. กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 20 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาทัวร์


จองทัวร์ | สอบถามรายการทัวร์นี้:

สอบถามทัวร์ปัตตานี นราธิวาส ยะลา เบตง ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
ชื่อลูกค้า: อีมเล์: 
เบอร์โทร:

คำค้นหา:  ทัวร์ไทย ทัวร์ภาคใต้ ทัวร์ปัตตานี ทัวร์นราธิวาส ทัวร์ยะลา ทัววร์เบตง
TOP