ทัวร์ปากีสถาน ทัวร์แกรนด์ปากีสถานตอนเหนือ 11 วัน 9 คืน

     บริษัทฯ ขอนำท่านเดินทางสู่ประเทศปากีสถานค้นหาเสน่ห์แห่งหุบเขาและธรรมชาติเทือกเขาที่รายล้อมและยิ่งใหญ่บนเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ สูงสลับเป็นยอดเด่นสง่ากับทะเลสาบที่เขียมดังมรกตและแม่น้ำสินธุที่มีความสำคัญ บนเส้นทางหลวงรถยนต์ที่สูงที่สุดในโลกบนถนนคาราโคลัมไฮเวย์ที่ถูกกล่าวว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอันดับ 8

วันแรก กรุงเทพ – อิสลามาบัด

16.00คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 การบินไทย TG ROW D
พบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินท์

19.00ออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG349
บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

22.10เดินทางถึง อิสลามาบัด หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางสู่โรงแรม
ที่พัก Pearl Continental Hotel Rawalpindi 5* หรือเทียบเท่า
วันที่สอง อิสลามาบัด – ตักศิลา – เปชวาร์

06.30รับประทานอาหารเช้า ภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางสู่ตักศิลา เมืองหลวงของแคว้นคันธาระ เมืองตักสิลา ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำฮินดูและแม่น้ำเชลัม เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่อดีต เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมถึง ๓ เส้นทางที่มาบรรจบกัน 1.จากศูนย์กลางอินเดีย 2.จากเปอร์เซีย 3.จากจีน เป็นจุดพักของขบวนคาราวานค้าขายสินค้า จึงทำให้เป็นเมืองที่เป็นที่ต้องการของผู้เข้ามาครอบครองเพื่อที่จะควบคุมเส้นทางการค้าบริเวณแถบนี้ไว้เชื่อกันว่า เมืองนี้สร้างโดยพระเจ้าภารตะซึ่งเป็นน้องของพระรามซึ่งเป็นอวตารของพระวิษณุ และให้ชื่อเมืองนี้ว่า ตักสะ ตามชื่อโอรสของตนตามประวัติในมหากาพย์มหาภารตะของอินเดีย ตามหลักฐานในพระพุทธศาสนา เมืองตักสิลานั้น เป็นเมืองแห่งการศึกษา และได้รับเรียกว่า เป็นมหาวิทยาลัยตักสิลา โดยมีอาจารย์ทิศาปาโมกข์เป็นผู้บริหาร ตักสิลามีความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปะวิทยา ศาสตร์ต่างๆ ปรากฏมาทั้งในชาดกคือก่อนพุทธกาลและในพุทธกาล ในครั้งพุทธกาล บุคคลที่มีชื่อเสียงต่างก็มาศึกษา ณ มหาวิทยาลัยตักสิลาทั้งสิ้น เมื่อครั้งพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ได้กรีฑาทัพเข้าสู่อินเดียก็ยึดเมืองตักสิลาแห่งนี้ไว้ แต่ไม่ได้มีการสู้รบจึงทำให้เมืองไม่ได้รับความเสียหาย ในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช ก่อนที่พระองค์จะขึ้นครองราชย์ก็ได้มาปกครองที่นี่ หลังจากที่ได้ปกครองปาฏลีบุตรและได้หันมานับถือพระพุทธศาสนาแล้วก็ได้สร้างมหาเจดีย์ใหญ่ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่นี่ เรียกว่า “ธรรมราชิกสถูป” ตักสิลาจึงเป็นสถานที่ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาและประวัติศาสตร์โลก

นำท่านชมพิพิธภัณฑ์โบราณคดีนครตักศิลา ก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 เพื่อเก็บรวบรวมโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่ได้จากการขุดค้นเมืองตักศิลาเมืองหลวงของแคว้นคันธาระโบราณอันรุ่งเรืองด้วยศิลปะคันธาระ เหรียญเครื่องปั้นดินเผา พระพุทธรูป รูปเคารพศาสนาเชนและฮินดู
นำท่านชมธรรมราชิกสถูป เป็นสถูปที่เก่าแก่ที่สุดในปากีสถาน สร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราชเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 3 ตั้งอยู่บนเนินเขาเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่พระองค์รวบรวมแล้วแบ่งเป็น 84,000 ส่วน บรรจุในเจดีย์ทั่วพระราชอาณาจักรเป็นสถูปผังกลมทรงโอคว่ำเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 50เมตรตั้องยู่บนเนินเขา รายล้อมไปด้วยเจดีย์ที่สร้างถวายเป็นพุทธบูชาพระอารามขนาดใหญ่ที่สร้างต่างยุคต่างสมัยกัน จากนั่นเดินทางต่อสู่เมืองโบราณวัดจัวเลียน ซากวัดในพระพุทธศาสนาที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุดในตักศิลาสร้างในสมัยราชวงศ์กุศาณะราวพุทธศตวรรษที่ 7มีกำแพงหินสูงใหญ่ล้อมรอบเจดีย์ประธานและห้องกุฏิเรียงรายในผังสี่เหลี่ยมจตุรัสและเจดีย์รายขนาดเล็ก ประดับประติมากรรมปูนปั้นพระพุทธรูป พระโพธิสัตว์และสัตว์ในชาดก เช่น ช้าง เป็นต้น

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่เมืองเปชาวาร์ เมืองนี้ชื่อเดิมในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาคือเมืองปุรุษปุระตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศปากีสถานเป็นเมืองสำคัญมากอีกเมืองบหนึ่งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาประมาณ ๖๐๐ ปี หลังพุทธปรินิพพาน เนื่องจากเป็นสถานที่จัดทำสังคายนาครั้งที่ ๔ ตามบันทึกของฝ่ายมหายาน ซึ่งตอนนั้นปกครองโดยพระเจ้ากนิษกะมหาราช แห่งราชวงศ์กุษาณะ ตามประวัติศาสตร์หลังจากที่พระเจ้ากนิษกะได้แผ่อำนาจทางบ้านเมืองไปทั่วบริเวณแถบนี้แล้ว ก็ได้หันมาสนใจเรื่องศาสนาโดยเฉพาะพระพุทธศาสนา จนกระทั่งเป็นประธานอุปถัมภ์การทำสังคายนาและมีท่านพระปารศวะเถระเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ หลังจากเสร็จการทำสังคายนาก็ได้สร้างมหาเจดีย์ใหญ่สูง ๕๕๐ ฟุต ไว้เพื่อบรรจุพระไตรปิฎกที่จดจารึกด้วยภาษาสันสกฤต จำนวน ๓ แสนโศลก เมื่อครั้งที่พระถังซำจังเดินทางมาที่สู่ประเทศอินเดียเมื่อประมาณพ.ศ. ๑๑๙๙ โดยใช้เส้นทางนี้และก็ได้กราบนมัสการมหาเจดีย์ใหญ่นี้ด้วย นอกจากนั้นยังมีนักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาที่เกิด ณ เมืองนี้หลายท่าน เช่น ท่านพระอสังคะ ท่านพระวสุพันธุท่านพระอารยเทพ เป็นต้น

ค่ำ เข้าสู่ที่พักโรงแรม Pearl Continental Hotel5* หรือเทียบเท่า รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
วันที่สาม พิพิธภัณฑ์เปชาวาร์–ตักตาขท์ อี ไภ – หุบเขาสวัต

06.30รับประทานอาหารเช้า ภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านชมพิพิธภัณฑ์เปชาวร์ ด้านในมีทั้งหมด 2ชั้น ประกอบด้วยพระพุทธรูปแกะสลักหิน ยุคคันธาระจำนวนมากและหลักฐานชิ้นส่วนอื่นๆ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและเกี่ยวกับพระเจ้ากนิษกะได้เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่เมืองเปชวาร์แห่งนี้ พระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกรกิริยางานชิ้นเอกชิ้นหนึ่งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เปชาวาร์

บ่ายรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเที่ยวชม มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาที่ตาขท์ อี ไภ สถานที่แห่งนี้ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนายังไม่ทราบว่าเรียกชื่ออะไร ไม่ปรากฏในบันทึกของพระถังซำจั๋ง แต่เรียกกันในปัจจุบันนี้ว่า ตาขท์ อี ไภ ซึ่งอยู่ที่เมืองมาร์ดาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศปากีสถาน เป็นซากพุทธสถานของวัดในพระพุทธศาสนาที่ใหญ่มาก ตั้งอยู่บนภูเขาสูงประมาณ ๕๐๐ ฟุต จากพื้นราบ เป็นวัดที่อยู่ด้านนอกของเทือกเขาฮินดูกูฏ วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ศึกษาศิลปะวิทยาต่างๆ มหาวิทยาลัยที่มีบริเวณกว้างใหญ่ มีลักษณะการสร้างเหมือนวัดต่างๆ ในยุคสมัยนั้น คือ มีเจดีย์อยู่ตรงกลาง รอบๆ เป็นห้องสวดมนต์และเป็นห้องประชุมสังฆกรรม

นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองหุบเขาสวัต ประมาณ5ชั่วโมง เมืองในที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขาหิมะและแม่น้ำสวัต หรือที่ปรากฏชื่อในประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนาว่า เมืองอุทยาน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศปากีสถาน ข้ามเทือกเขาฮินดูกูฏ ซึ่งมีความสูงถึง ๑๕๐๐ ฟุต เป็นเมืองที่เป็นเหมือนศูนย์รวมของพระพุทธศาสนาหลายนิกาย ได้แก่ เถรวาท มหายาน และวัชรยาน เป็นเมืองที่เป็นจุดเชื่อมต่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าไปสู่ในเอเชียกลาง ประเทศจีนและทิเบต พระภิกษุนักแสวงบุญเดินทางมาสู่ดินแดนพระพุทธศาสนาต่างก็มุ่งหวังที่จะได้มาเห็นเมืองนี้ ตามประวัติศาสตร์ไม่ปรากฏว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาที่เมืองนี้ แต่เชื่อกันทางอภินิหารว่า พระพุทธองค์ทรงเสด็จมาทรมานพญานาคราชแล้วประทับรอยพระบาทไว้ ตามบันทึกของพระถังซำจั๋ง ท่านกล่าวว่า เมืองนี้เป็นเมืองที่มีความงดงามทั้งสถานที่ มีดอกไม้ สายน้ำ ภูเขา และผู้คน เต็มไปด้วยวัดวาอาราม มีบันทึกว่า มีวัดถึง ๑๔๐๐ วัด มีพระภิกษุสงฆ์ถึง ๑๘,๐๐๐ รูป พระสงฆ์ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายวัชรยาน มีเมืองหลวงชื่อว่า มิงโคละ หรือมังคละโฆษะ เมืองอุทยานเป็นสถานที่เกิดของบุคคลสำคัญของวัชรยาน ผู้ที่นำพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่สู่ประเทศเป็นผลสำเร็จ ได้แก่ ท่านคุรุปัทมสัมภวะ
(คุรุริมโปเช่ ผู้ก่อตั้งนิกายญิงมะในประเทศฑิเบต เส้นทางที่จะเข้าไปสู่เมืองอุทยาน พระเจ้าอุตตรเสนสร้างมหาสถูปไว้บรรจุพระบรมสารีกธาตุตามประวัติเล่าว่า เมื่อพระองค์ได้รับส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดียแล้วอัญเชิญมาด้วยช้างเผือก พอมาถึงที่นี่ช้างเผือกไม่ยอมไปต่อ ดังนั้นพระองค์จึงสร้างไว้ ณ ที่นี้ปัจจุบันตั้งอยู่หมู่บ้านชิงการ์ดาร์ ดังนั้นจึงได้ชื่อว่าชิงการ์ดาร์สถูป / ได้เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก

ค่ำนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม Serena Hotel 4*หรือเทียบเท่า รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
วันที่สี่ หุบเขาสวัต – ชีลาส

เช้ารับประทานอาหารเช้าพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สวัต ที่รวบรวมพระพุทธรูปและโบราณวัตถุในแคว้นคันธาระเป็นพิพิธภัณฑ์ใหม่ปรับปรุงในปี 2009 เพราะว่าพิพิธภัณฑ์เก่าถูกแผ่นดินไหวในปี 2005 ทำให้วัตถุโบราณหลายชิ้นต้องสูญหายไป /

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านออกจากหุบเขาสวัตผ่านเข้าสู่เส้นทางคาราโคลัม Karakorum เส้นทาง เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนและปากีสถานเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคาราวานสายไหมในอดีตแต่ทางการจีนได้ลงทุนทำถนนไฮเวย์ที่อยู่สูงความสูงอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1,000-4,000 กว่าเมตรเหนือระดับน้ำทะเล ระยะทางเริ่มต้นจากเมืองคัชการ์(Kashkar) ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนสู่เมืองแอบบ็อตตาบัด ประเทศปากีสถาน เริ่มก่อสร้างในปี 1959 และเสร็จในปี 1979 ถือว่าเป็นเส้นทางที่เรียกว่าได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอันดับ 8 เหตุเพราะว่าเส้นทางการก่อสร้างที่ยากลำบากบนถนนที่สูงและผ่านภูเขามากมายประกอบต้องเผชิญกับอากาศที่รุนแรงทำให้การสร้างถนนใช้เวลานานถึง20ปีระหว่างเส้นทางท่านจะได้ชมธรรมชาติล้อมรอบหลากหลายด้วยหุบเขา-ทะเลสาบ-แม่น้ำ วิวสองข้างทางที่ค่อนข้างสลับซับซ้อนผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ที่คนท้องถิ่นอาศัยไม่มาก

ค่ำนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม Shangri La Chilas Hotel2* หรือเทียบเท่า รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
วันที่ห้า ชีลาส - คาลิมาบัด ฮุนซ่า

เช้ารับประทานอาหารเช้าพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางบนเส้นทางคาราโคลัมไฮเวย์ สู่เมืองฮุนซา เพื่อชมบรรยากาศบนยอดเขาอย่างใกล้ชิด จนรู้สึกเหมือนจะสัมผัสได้ ระหว่างทางสัมผัสธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยหุบเขาสูงยอดแหลมปกคลุมด้วยหิมะและด้านล่างเป็นแม่น้ำใสไหลเย็น บ้านเรือนปลูกตามไหล่สันเขา ดอกไม้ป่าขึ้นกระจายแซมทั่วรอบๆบริเวณภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้และแม่น้ำ นำท่านแวะจอดชมวิวอันสวยงามของยอดเขาราคาโปชิที่สูง 7,788 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ,ยอดเขานังกาปาบัต สูง 8,125 เมตรและยอดเขาฮาราโมช 7,409 เมตร และ จุดเชื่อมต่อของสามเทือกเขาสำคัญของโลกคือเทือกเขาสำคัญของโลก คือเทือกเขาโคลาโคลัม หิมาลัยและฮินดูกูฏ ซึ่งเป็นเทือกเขาที่มีชื่อเสียง

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
เดินทางต่อสู่เมืองฮุนซา ด้วยความที่ธรรมชาติของเมืองฮุนซางดงามและสมบูรณ์ทางธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มีผลต่อพืชและผักผลไมล์ที่ปลูกไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีทำให้เมืองฮุนซาถือได้ว่าเป็นดินแดนที่มีประชากรอายุยืนยันยาวที่สุดในโลก

ค่ำนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม Serena INN Hotel 3*หรือเทียบเท่า พัก2คืนติดกัน
รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
วันที่หก คาลิมาบัด – คุนจิราบ พาส – คาลิมาบัด

เช้ารับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม
เดินทางผ่านอุโมงค์ที่แข็งแกร่งตัดผ่านที่เป็นความร่วมมือระหว่างปากีสถานและจีนระหว่างทางผ่านชมทะเลสาปอัตตาบัด ที่เกิดจากดินสไลด์ และปิดตัวลงมาปิดเส้นทางน้ำตอนเหนือของหมู่บ้าน ทำให้เกิดเป็นทะเลสาปยาว 21กิโลเมตรและลึก 100เมตร ระหว่างทางชมยอดทิวเขาคล้ายเหมือนยอดเขาโบสถ์ เดินทางต่อสู่ด่านคุนจิราบพาส ช่องทางการค้าที่สูงที่สุดในโลก ข้อตกลงระหว่างปากีสถานและจีน ด่านพรมแดนที่อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 4,730 เมตร บนเทือกเขาคาราโครัม นำท่านถ่ายรูปบนด่านพรมแดน พรมแดนตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติคุนจิราบ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1986 เป็นต้นมา เป็นเขตอุทยานพืชพันธุ์ไม้ป่าและสัตว์สงวนที่หาดูได้ยาก

การขับรถขึ้นไปคุนจิราบพาสขึ้นอยู่กับสภาพอากาศบางครั้งสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้ขึ้นไปด้านบน

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวันแบบปิกนิก
ได้เวลาเดินทางกลับสู่เมืองคาลิมาบัด

ค่ำนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม Serena INN Hotel3* หรือเทียบเท่า รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
วันที่เจ็ด คาลิมาบัด ฮุนซ่า - ป้อมบัลติท – กิลกิต – ชิลาส

เช้ารับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านชมป้อมบัลติท Baltit Fort ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เหนือเมืองคาริมาบัด โดยสร้างมานานกว่า 700ปีแต่ได้มีการบูรณะซ่อมแซมในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมาสร้างโดยเจ้าหญิงแห่งเมืองบอลติสสถาน Baltistan ภายหลังได้มีการอภิเษกสมรสกับเจ้าชายเมืองทุม (Thum) ลักษณะของป้อมได้รับสถาปัตยกรรมทางฑิเบตค่อนข้างมาก ต่อมาในปีค.ศ.1945 ผู้ปกครองรัฐฮุนซ่า ได้ทิ้งป้อมและย้ายไปอาศัยในพระราชวังแห่งใหม่และไม่มีการทำนุบำรุงส่งผลให้ป้อมทรุดโทรม ด้านบนของป้อมท่านจะมองเห็นวิวพาโนรามา ของเมืองคาริมาบัดที่จะเห็นแบบ360องศา นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองชิลาส

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ภายในเมืองกิลกิต
เมืองกิลกิตเดิมชื่อว่าเมืองซาร์กิน-กิลิต ทางตอนใต้ของพาสสุ ระยะทางประมาณ 150กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงเมืองกิลกิตเป็นเมืองโบราณในเส้นทางสายไหมและเส้นทางการเผยแพร่พระพุทธศาสนาจากอินเดียไปสู่เอเชียถึงเมืองกิลกิต นำท่านแวะชมสะพานกิลกิต สะพานขึงที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียยาว 182เมตรและกว้าง2เมตร ใช้สำหรับข้ามแม่น้ำกิลกิตที่เชี่ยวกราด นำวัสดุก่อสร้างมาอย่างยากลำบากขึงให้ความแข็งแรงยึดเหนี่ยวสะพานมาเป็นร้อยปี ปัจจุบันมีการทำนุบำรุงสะพานนี้ไว้เพื่อให้เข้าถึงจินตนาการเส้นทางสายไหมในสมัยก่อน ชม พระพุทธรูป Kargah เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักบนหน้าผา เป็นพระพุทธรูปในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 7 ถูกค้นพบพร้อมกับเจดีย์ 3 องค์ซึ่งสูง 400 เมตรในช่วงปี ค.ศ.1938-1939 ห่างออกไปทางทิศตะวันตกของ Gilgit ประมาณ 10 กิโลเมตร เคยมีตำนานของคนในท้องถิ่นเกี่ยวกับพระพุทธรูปนี้ได้กล่าวถึง ชายผู้หนึ่งได้ปราบผีสาวที่เรียกกันว่า Yakhshini ซึ่งอาศัยอยู่ใน Kargah ลงได้
เดินทางต่อสู่เมืองชิลาส

ค่ำนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม Shangri La Chilas Hotel 2*หรือเทียบเท่า รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
วันที่แปด ชิลาส – แอบบอตตาบัต (วันนี้นั่งรถนานที่สุด)

เช้ารับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางต่อสู่ทางตอนใต้สู่เมืองแอบบอตาบัต ระหว่างทางบนถนนคาราโคลัมแวะชมจุดจอดรถชมวิว
เทือกเขาสลับวิวทะเลสาบมากมาย

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
เดินทางต่อสู่เมืองแอบบอตตาบัต ที่เป็นเมืองใหญ่ มีผู้คนและมีการตลาดค้าขายมากมาย
กรณีมีเวลานำท่าน ชมตลาดท้องถิ่นสินค้าพื้นเมืองและซื้อถั่วต่างๆ

ค่ำนำท่านเช็คอินท์ โรงแรม One Abbotabad Hotel2* //รับประทานอาหารค่ำ ภายในโรงแรม
วันที่เก้า แอบบอตตาบัต – อิสลามาบัด – ลาฮอร์ พิธีมอบธง หรือช้อปปิ้ง

เช้ารับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางสู่เมืองหลวงอิสลามาบัด ซึ่งเป็นเมืองใหม่ถนนกว้างขวางและมีความทันสมัย นำท่านชมมัสยิดไฟซอลใจกลางเมืองอิสลามาบัด มัสยิดที่ใหญ่บรรจุคนได้ถึง 100,000คน ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิก ชาวตุรกีโดยนำรูปแบบโมเดิร์นอารตมารวมตัวกันอย่างลงตัวแบบกระโจมสีขาวซึ่งเป็นของขวัญจากกษัตริย์ไฟซอลแห่งซาอุดิอารเบียสร้างและมอบให้แด่ชาวปากีสถานทุกท่าน

บ่ายรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองละฮอร์ โดยใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง จากนั่น ช่วงเย็นนำท่านเข้าสู่ด่าน ชายแดนระหว่างปากีสถานและอินเดียเพื่อดูพิธีการมอบธงระหว่างสองประเทศ และความเข้มแข็งของทหารปากีสถาน (กรณีที่รถติดมากการจราจรไม่เอื้ออำนวยจะเปลี่ยนช้อปปิ้งที่ตลาดท้องถิ่นในเมืองละฮอร์แทน)

เย็นรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

ค่ำเข้าสู่ที่พักโรงแรม Pearl Continental Hotel Lahore 5*หรือเทียบเท่า รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
วันที่สิบ พิพิธภัณฑ์ ลาฮอร์– ป้อมปราการ– ชมด้านนอกสุเหร่าบัดซาฮิ – สนามบิน

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ
พิพิธภัณฑ์เมืองลาฮอร์ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศปากีสถานด้านในมีสิ่งของทางประวัติศาสตร์ที่มีค่ามากมายได้ถูกแสดงไว้ ซึ่งมีห้องแสดงโชว์หลายห้อง จาก คันทราราฎษ์,ศาสนาพุทธ, เจน, โมกุล และ สมัยอาณานิคม ตั้งแต่อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุที่ขุดค้นได้จากเมืองโมเหนโจดาโรและเมืองฮารัปปามีพระพุทธรูปศิลปะคันธาระที่สมบูรณ์และงดงามที่สุดในโลก โดยเฉพาะพระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกข์กิริยาอันมีชื่อเสียง สามารถถ่ายทอดสรีระกล้ามเนื้อเส้นเอ็นได้สมจริงอย่างน่าอัศจรรย์

จากนั่นนำท่านชมป้อมปราการแห่งลาฮอร์ ซึ่งเป็นมรดกโลกตามคำประกาศของยูเนสโก้ถูกสร้างในศตวรรษที่ 11 หลังคริสตกาล เป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวที่สามารถเห็นความแตกต่างของสถาปัตยกรรมโมกุล ในแต่ละยุคสมัยของผู้ปกครองที่ได้สร้างต่อเติม ป้อมลาฮอร์เป็น พระราชวังโบราณสร้างโดยจักรพรรดิอักบาร์ในระหว่างปี 2099-2149 บนฐานของเชิงเทินโบราณได้รับการต่อเติมโดยจักรพรรดิโมกุลองค์ต่อๆ มา เช่น จะฮานกีร์และราชโอรสรวมไปถึงชาห์จะฮาน ผู้ก่อสร้างทัชมาฮาล

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านชมด้านนอกสุเหร่าบัดซาฮิ หรือ สุเหร่าหลวง ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสุเหร่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้านหน้าของสุเหร่าเป็นลานกว้าง มีหอสวดมนต์ที่จุคนได้ราวสองพันคนลานกว้างของมัสยิดนี้จุคนได้ราวห้าหมื่นคน สุเหร่าบัดซาฮิถูกปล่อยให้รกร้างเป็นเวลานาน//อิสระช้อปปิ้งภายในเมืองลาฮอร์

เย็นรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองละฮอร์ สนามบินใหม่
วันที่สิบเอ็ด สุวรรณภูมิ

06.25 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ


********** จบรายการทัวร์ **********

วันเดินทางและอัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่ พัก 2 ท่าน เด็กพักกับผู้ใหญ่ เด็กพักกับผู้ใหญ่ เสริมเตียง พักเดี่ยว เพิ่ม หมายเหตุ สอบถาม
12 เม.ย. 62 - 22 เม.ย. 62 77,900 77,900 77,900 15,000 สอบถาม
17 พ.ค. 62 - 27 พ.ค. 62 77,900 77,900 77,900 15,000 สอบถาม
อัตรานี้รวม

1.ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด เส้นทาง กรุงเทพฯ– อิสลามาบัด//ละฮอร –กรุงเทพฯ โดยการบินไทย
2.ค่าที่พักโรงแรมระดับ 2-4ดาว พักห้องละ 2คืน รวม 11คืน (บางเมืองบนเขาดีที่สุดคือ2*)
3.ค่าอาหารตามที่กำหนดในโปรแกรม และน้ำดื่มสะอาดตลอดการเดินทาง
4.ค่ายานพาหนะ และค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
5.หัวหน้าทัวร์ไทย นำจากกรุงเทพฯ
6.ค่าวีซ่าสำหรับท่องเที่ยวประเทศปากีสถาน 1,300 บาทต่อท่าน
7.ค่าประกันการเดินทางเงื่อนไข 1ล้านบาทตามที่บริษัทประกันกำหนด
8.ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและค่าทิปคนขับรถ

อัตรานี้ไม่รวม

1.ค่าขนกระเป๋าเดินทางที่มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม ตามที่แอร์ไลน์กำหนด
2.ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น, ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารนอกรายการ, ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์
3.ค่ากล้องถ่ายรูปทุกๆ พิพิธภัณฑ์
4.ค่าทัวร์หัวหน้าทัวร์ไทย ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
5.ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (กรณีต้องการใบกำกับภาษี)

หมายเหตุ

1.บริษัท ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางหรือการเปลี่ยนแปลงรายการหรือเปลี่ยนแปลงราคา ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน โรงแรมที่พัก ภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงานฯลฯ ตลอดจนสภาวะทางเศรษฐกิจและการเมืองอันเป็นสาเหตุให้ต้องเลื่อนการเดินทางหรือไม่สามารถจัดพาคณะท่องเที่ยวได้ตามรายการ
2.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาในกรณีที่สายการบินปรับเปลี่ยนราคาสายการบิน หรือกรณีที่คณะผู้เดินทางต่ำกว่ากำหนด
3.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าวีซ่า, ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ หากทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการไปแล้ว
4.เมื่อท่านได้ตกลงจองทัวร์กับบริษัทฯ แล้ว ถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น

เอกสารสำหรับยื่นวีซ่า

1.พาสปอร์ต ต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน
2.รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว อายุไม่เกิน 6 เดือน ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป
3.สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน เซ็นรับรองสำเนา
4.ใช้เวลาในการดำเนินการ 5วันทำการ
6.หนังสือรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ ระบุตำแหน่ง เงินเดือน

การจองทัวร์ /เงื่อนไขการจองทัวร์
1.แจ้งจองทัวร์ผ่านฟอร์มติดต่อด้านล่าง หรือส่งอีเมล์มาที่ info_thailand@planetworldwide.com
2.พร้อมทั้งส่งสำหน้าหน้าแรกของพาสปอร์ต มาที่อีเมล์ info_thailand@planetworldwide.com หรือแฟกซ์ที่เบอร์ 02 744 4955
3.ชำระเงินมัดจำค่าทัวร์

 

1.ชำระมัดจำ 30,000 บาท
2.ส่วนที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วัน

การยกเลิก
1.ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วันทำงาน มิฉะนั้นทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำ
2.กรณียกเลิกก่อนการเดินทางภายใน 45 วันทำงาน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องหัก 50% ของราคาทัวร์
3.ถ้ายกเลิกก่อนเดินทาง 30 วัน บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ ในการคืนเงินทั้งหมด


จองทัวร์ | สอบถามรายการทัวร์นี้:

สอบถามทัวร์ปากีสถาน ทัวร์แกรนด์ปากีสถานตอนเหนือ 11 วัน 9 คืน
ชื่อลูกค้า: อีมเล์: 
เบอร์โทร:

คำค้นหา:  ทัวร์ปากีสถาน ทัวร์ปากีสถานตอนเหนือ
TOP