ทัวร์โมร็อกโก 12 วัน 9 คืน โดย Oman Air

      “โมร็อกโก”ดินแดนบนสุดขอบทวีปแอฟริกาตะวันตกที่มีกลิ่นอายแห่งชาวแขกมัวร์ที่มีเอกลักษณ์พิเศษชนพื้นเมืองชาวแอฟริกันเบอร์เบอร์ที่มีรูปแบบวัฒนธรรมผสมผสานกับตะวันตกด้วยระยะทางที่ถูกคั่นด้วยช่องแคบยิบรอลต้า ห่างจากยุโรปเพียง 14 กิโลเมตร •สัมผัสบรรยากาศเมืองริมขอบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ในเมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างคาซาบลังก้า เมืองแห่งตำนานภาพยนตร์ชื่อดังในอดีต •เมืองสีฟ้าขาว เชฟ ชาอูน ที่บ้านเรือนพร้อมใจทาสีฟ้าขาวเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน่ารักแห่งนี้ •เยือนอดีตเมืองหลวงเก่าแห่ง เฟส เมืองที่คงเสน่ห์ความเป็นโมร็อกโกไว้ได้อย่างดีเยี่ยม การเดินเล่นในเมืองเก่าให้ความรู้สึกเหมือนการย้อนเวลาสู่อดีต ซึ่งไม่มีที่ใดจะเสมอเหมือนได้ •เมอร์ซูก้า...เที่ยวทะเลทรายสีทองพร้อมนำท่านขี่อูฐ สู่เนินทรายอันกว้างใหญ่สุดสายตา เพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้นสู่ทะเลทรายเป็นบรรยากาศยามเช้าที่คุณจะประทับใจมิรู้ลืม •เมืองวอซาเซท ที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวแบบผจญภัยท่ามกลางทะเลทราย เมืองนี้ถูกกล่าวขานให้เป็นเมืองฮอลิวู๊ดแห่งโมร็อกโก •เยี่ยมเมืองมหัศจรรย์แห่งมาราเกช เมืองโอเอซิสบนลุ่มน้ำเทนซิฟท์ อดีตเมืองหลวงแห่งราชวงศ์อัลโมราวิด เมืองนี้ถูกกล่าวขานให้เป็น A City of Drama •พิเศษ นั่งรถม้าชมเมืองมาราเกซ บรรยากาศเมืองสีชมพู

วันอาทิตย์ที่7เมษายน สุวรรณภูมิ – มัสกัต (โอมาน)

17.30 คณะพร้อมกัน ที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประตูทางเข้าหมายเลข 8 เคาน์เตอร์เช็คอิน ROW T
สายการบิน OMAN AIR เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก ทางด้านเอกสารการเดินทาง และสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง

20.40ออกเดินทางสู่ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน โดยเที่ยวบิน WY816....เวลาบิน5.50ชั่วโมง
วันจันทร์ที่8เมษายน มัสกัต (โอมาน) –คาซาบลังกา – ราบัต

23.30เดินทางถึงสนามบินกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน จากนั่นนำท่านต่อเที่ยวบิน WY171..

01.25 ออกเดินทางสู่ กรุงคาซาบลังก้า เวลาบิน8.45ชั่วโมง

07.10 เดินทางถึง สนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า ประเทศโมร็อกโก
(เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
พบมัคคุเทศก์ท้องถิ่น จากนั่นเดินทางเข้าสู่เมืองคาซาบลังก้า

นำท่านเข้าชม สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 Mosque of Hassan II มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ (ชมด้านในสุเหร่า ซึ่งรวมค่าเข้าชมแล้ว) สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโกทุกแขนง มีหอประกาศเชิญชวนเมื่อเข้าเวลาละหมาดที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงถึง 210 เมตรชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเลซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมร็อกโกที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่ เมืองราบัต นำท่านชมเมืองราบัตเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1956 เป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวงและทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม ชม ด้านนอกของสุเหร่าหลวง และ ด้านนอกพระราชวังหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์กษัตริย์แห่งโมร็อกโกจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่า เพื่อประกอบศาสนกิจ ชม สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน มีทหารยามยืนเฝ้าทุกประตู เปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือ สุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183x139 เมตร

นำชม ป้อมไอดยะ Oudaya S Kasbah ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ ด้านในเป็นเมดิน่าบ้านเรือนทาด้วยสีฟ้าสลับกับสีขาวดูสะอาดตา

เย็น รับประทานอาหารเย็นภายในโรงแรมฯ
นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ โรงแรม .......................หรือเทียบเท่า 5*

หมายเหตุเพื่อความสะดวกในการเดินทางพรุ่งนี้กรุณาแยกกระเป๋าใบเล็กเพื่อพักในเมืองเชฟชาอูน1คืน เพราะว่าเมืองเชฟชาอูนรถบัสใหญ่จะขึ้นยากประกอบกับขนาดของห้องนอนในหุบเขาจะเล็กทั้งนี้กรุณาเตรียมเครื่องอาบน้ำด้วยคะ
วันอังคารที่9เมษายน ราบัต – เชฟชาอูน

เช้า รับประทานอาหารเช้าพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางสู่เมืองเชฟชาอูน เมืองที่ชาวบ้านพร้อมใจกันทาสีฟ้าขาว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของ เมืองและด้วยความที่ตั้งของเมืองอยู่ในหุบเขาริฟ (Rif Mountain)จึงทำให้อุณหภูมิของเมืองเย็นตลอดทั้งปี อดีตเมืองแห่งนี้เคยตกอยู่ใต้การปกครองของสเปนทำให้ปัจจุบันประชากรบางส่วนยังคงใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาหลัก ด้วยมนต์เสน่ห์ของเมืองและร่มเงาประกอบกับการตกแต่งบ้านเรือนสไตล์โมร็อกโก ทำให้เมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย นำท่านเข้าสู่ที่พักเช็คอินท์ และ อิสระให้ท่านเดินเล่นภายในเมือง

เย็น รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ (อาหารค่ำที่ในเมืองเชฟชาอูนสไตล์พื้นบ้าน)
วันพุธที่10เมษายน เชฟชาอูน – เมกเนส – เมืองโรมันโวลูบิลิส - เฟซ

เช้ารับประทานอาหารเช้าท้องถิ่น (แบบไข่ดาว ,ขนมปัง,กาแฟ) พร้อมเช็คเอ้าท์

บ่ายรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่ เมืองแมคเนส Meknes อดีตเมืองหลวงของโมร็อกโก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองราบัต เคยเป็นฐานทัพทางการทหารที่สำคัญตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ใช้เป็นเมืองหลวงในราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมื่อเปรียบเทียบกับอดีตเมืองหลวงแห่งอื่น ๆ ของโมร็อกโกแล้ว แมคเนสเป็นเมืองหลวงที่มีระยะเวลาสั้นที่สุดเพียง 50 ปีเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นเมืองแมคเนสแห่งนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบมัวร์-สเปนิช ที่งดงามมากมาย เช่นที่พบในสถาปัตยกรรมแบบมุสลิมของสเปนตอนใต้ ชมกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าแมคเนส ที่มีความยาวประมาณ 40 กิโลเมตร ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู

ชม ประตูบับมันซู Bab Mansour Monumental Gate ที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูที่มีความสวยที่สุดเป็นเหมือนยอดมงกุฎตกแต่งด้วยโมเสดไม้สลักสวย ๆ ผสมกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมแบบยุโรปและกระเบื้องสีเขียวบนผนังสีแสด สีสันสวยงามสดใส และในเขตเมืองเก่าของแมคเนส ยังมีประตูที่สวยงามอีกหลายแห่ง

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโรมัน โวลูบิลิส Roman Volubilis อดีตเมืองโบราณแห่งจักรวรรดิโรมันที่มีความสำคัญยิ่งใหญ่ในยุคศตวรรษที่ 3 และล่มสลายถูกปล่อยเป็นเมืองร้างในศตวรรษที่ 11 ปัจจุบันเหลือแต่เพียงซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ก็ยังสามารถที่จะพอได้เห็นร่องรอยของความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต เมืองโรมันโวลูบิลิส แห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1997

นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเฟซ Fes ซึ่งยังคงมีบรรยากาศของเมืองโบราณที่ผู้คนยังใช้ลาเป็นพาหนะและบรรทุกของกันอยู่ สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าแก่ที่สุดในบรรดาเมืองอิมพีเรียลทั้งสี่เมืองหลัก

นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ โรงแรม Palais Medina & Spa Fes หรือเทียบเท่า 5* พัก2คืนติดกัน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
วันพฤหัสบดีที่11เมษายน เฟซ

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ
นำท่านเที่ยวชม เมืองเฟซ Fes เมืองเหลวงเก่าใน ศตวรรษที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมร็อกโก ชมประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟซ The Royal Palace ที่มีทหารยามยืนเฝ้าหน้าประตูอย่างสง่างาม ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมร็อกโก บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นชุมชนชาวยิวที่ทำรายได้ให้แก่ราชวงศ์ เพราะชาวยิวฉลาดทำการค้าเก่ง แต่ปัจจุบันชาวยิวส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา (ประเทศอิสราเอล) คงเหลือชาวยิวอยู่ไม่มากนัก

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เขาวงกตอันซับซ้อนแห่งเมดิน่าเมืองเฟซ ผ่านประตู Bab Bou Jelound ที่สร้างตั้งแต่ปี 1913 ที่ใช้โมเสดสีฟ้าตกแต่ง เดินผ่านเข้าไปในเขตเมดิน่าแล้วเหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต นำท่านเดินผ่านตลาดสดขายข้าวปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่าง ๆ นานาชนิด

ชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย Merdersa Bou Imania ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีตในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยแคบสุดคือ 50 เซนติเมตร ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่าง ๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็ก ๆ ที่หน้าร้านจะมีหม้อ กระทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรหมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักรสาน งานแกะสลักไม้ และ ย่านเครื่องเทศ Souk El Attarine ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รส และกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่าท่านจะได้พบกับ น้ำพุธรรมชาติ Nejjarine Fountain เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าไปในบริเวณมัสยิด นอกจากนี้ที่ตามซอกตามมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็ก ๆ อยู่บริเวณตามทางเดินแคบ ๆ ในเขตเมืองเก่า บางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น

ผ่านชม สุเหร่าโคเราวีน Kairaouine Mosque ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมร็อกโกและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น)

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
อิสระเดินเล่นช้อปปิ้งภายในเมืองเฟซเมืองเก่า // ได้เวลาเดินทางกลับสู่ที่พัก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
วันศุกร์ที่12เมษายน เมืองเฟซ – อิเฟรน - มิเดลท์ - เมืองเออฟอร์ด

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
เดินทางต่อสู่เมืองอิเฟรน Ifrane เป็นเมืองที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,650 เมตร ที่พักตากอากาศซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นบริเวณนี้ ในช่วง ค.ศ. 1930 บางครั้งเรียกว่า เจนีวาแห่งโมร็อกโก บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้ และทะเลสาบสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน และผ่านเข้าเมือง มิเดลท์ เส้นทางนี้ผ่านเทือกเขาแอตลาส ชื่อที่คุ้นเคยกันมานานเดินทางข้าม Middle Atlas ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้และต้นปาล์ม

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่เมืองเออฟอร์ด Erfoud ซึ่งเป็นโอเอซิสศูนย์กลางการค้าขายของคาราวานซึ่งเดินทางมาจากซาอุดิอาระเบียและซูดาน //
ถึงโรงแรมนำท่านเช็คอินท์ Dessert Hotel Erfoud หรือเทียบเท่า4*
จากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเดินทางสู่ทะเลทราย
กรณีห้องพักที่เมอร์ซูก้าว่างจะเข้าพักที่เมอร์ซูก้าคะ

พิเศษ นำท่านเข้าสู่ทะเลทรายซาฮาร่าโดยรถบัส เพื่อขี่อูฐ สู่เนินทรายอันกว้างใหญ่สุดสายตาเพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้นจากทะเลทราย เป็นบรรยากาศยามเช้าที่คุณจะประทับใจมิรู้ลืม เดินทางกลับสู่เมืองเออฟอร์ด

ค่ำรับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
วันเสาร์ที่13เมษายน เมืองเออฟอร์ด –เมืองทินเฮียร์ - เมืองวอซาเซท

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางต่อโดยผ่านหุบเขาดาเดส Dades Valley แนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกรัดกร่อนจากแรงลมทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่าง ๆ สวยงาม ผ่านเส้นทางทอดร้าแคนยอน Todra Gorges ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส ลำน้ำเกลือที่ไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาที่สูงชันแปลกตา เป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย จากนั่นผ่านสู่ชุมชน Tinghrir ที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกันท่ามกลางความแห้งแล้งแต่ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซทเดินผ่าน

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่เมืองวอซาเซท Ouarzazate เคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแวดล้อมด้วยสตูดิโอภาพยนตร์และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆเช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย สำหรับในฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ(พ.ย.-เม.ย.) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขาแอตลาสที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าววอซาเซทอาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมาย ของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันตก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ โรงแรม Karam Palace Quarzazate Hotel หรือเทียบเท่า4*
วันอาทิตย์ที่14เมษายน เมืองวอซาเซท – เมืองไอเบนฮาดู – เมืองมาราเกซ

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำชม ป้อมทาเริท Kasbah Taourirt เป็นป้อมแห่งตระกูลกลาวี ภายใต้หมู่อาคารขนาดใหญ่ ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องต่าง ๆ จำนวนมากซ่อนอยู่เชื่อมต่อกันด้วยถนนเล็กๆ และเส้นทางลับคดเคี้ยวตามอาคารที่เบียดเสียดกันพระราชวังของผู้ปกครองมาราเกซ ตระกูลกลาวี Glaoui Palace อยู่ภายในซึ่งยังมีลวดลายผนังอาคารและรูปแบบสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของการสร้างอาคารของชาวเบอร์เบอร์ การออกแบบอาคารซึ่งเหมาะกับความเชื่อและความเป็นอยู่ของเหล่าเจ้าผู้ปกครอง ในยุคของตระกูล Glaoui ที่นี่มีคนงานและคนรับใช้จำนวนหลายร้อยคนจึงต้องมีห้องเป็นจำนวนมากมีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่าห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง บางห้องก็ว่างเปล่า องค์การยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 1ใน 3 ของอาคารทั้งหมด

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองไอท์ เบนฮาดดู Ait Benhaddou ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในโมร็อกโกภาคใต้ คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู Kasbash of Ait Ben Hadou เป็นป้อมหินทรายซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrence of Arabia, Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองมาราเกซ Marakesh ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาสในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมร็อกโก ถือเป็นเส้นทางหลักของพ่อค้าต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศตวรรษที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือสองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกซเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A City of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้
นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ โรงแรม Atlas Medina & Spa Marrakech หรือเทียบเท่า 5*

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
วันจันทร์ที่15เมษายน เมืองมาราเกซ

พิเศษ นำท่านนั่งรถม้าชมเมืองเก่ามาราเกซ เมืองสีชมพู Pink cityชมบรรยากาศรอบๆเมือง
นำท่านชมด้านนอกมัสยิดคูตาเบีย Koutoubia Mosque ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอบังที่มีคามสูง 226 ฟิต (70 เมตร) (ถ่ายรูปเฉพาะด้านนอก ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภายในได้) จากนั้นชม พระราชวังบาเฮีย Bahia Palace เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่มีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลาย ๆ อย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น Stucco มีการวาดลายบนไม้และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก

นำท่านชม สวนจาร์ดีน มาจอแรล Jardin Majorelle หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ Yves Saint Laurent Gardens ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของสาว ๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสุดหรูของ Yves St. Laurent นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์แห่งปารีสประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้ออกแบบสวนแห่งนี้ในช่วงที่โมร็อกโกตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ยิปแซงลอเร้นซ์มาที่ประเทศโมร็อกโก เพื่อพักผ่อนหลังจากเคร่งเครียดจากงานออกแบบแฟชั่นโชว์ บ้านหลังนี้เคยตกเป็นของเศรษฐีแห่งมาราเกซ หลังจากยิปแซงมาเยือนมาราเกซก็ได้เกิดความหลงใหลในเมืองแห่งนี้ และซื้อบ้านหลังนี้ไว้เพื่อเป็นที่พักผ่อน ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้สีฟ้าและสีส้มเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเสา แจกัน และชมนานาพรรณของต้นไม้แห่งทะเลทรายที่จัดได้อย่างสวยงามลงตัว

บ่ายรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
อิสระช้อปปิ้งภายในตลาดเก่า ณ จัตุรัสกลางเมือง Djemaa Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่รายล้อมไปด้วย อาคาร,ร้านค้า,ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวาที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมร็อกโกขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝากของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆได้ที่ตลาด Souks ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างอิสระเต็มที่

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ โรงแรมAtlas Medina & Spa Marrakech หรือเทียบเท่า 5*
วันอังคารที่16เมษายน เมืองมาราเกซ – เมืองคาซาบลังกา

08.00รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม พร้อมเช็คเอ้าท์

09.30นำท่านเดินทางกลับเมืองคาซาบลังกา ใช้เวลาประมาณ4ชั่วโมง

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำท่านเที่ยวชมเมืองคาซาบลังกา เมืองหลวงที่มีประชากรอาศัยกันอยู่อย่างหนาแน่นและคนต่างชาติหลากหลายที่เข้ามาทำการค้าที่เมืองแห่งนี้ นำท่านผ่านชมย่านธุรกิจที่สำคัญๆ เช่น จัตุรัสสหประชาชาติ ย่านพักตากอากาศของมหาเศรษฐีและผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโมร็อกโก จากนั่นอิสระให้ท่านเดินเล่นช้อปปิ้งภายในย่านเมดิน่าที่มีของขายมากมาย

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ โรงแรม Hyatt Regency Hotel Casablanca หรือเทียบเท่า 5*
วันพุธที่17เมษายน เมืองคาซาบลังกา – เมืองมัสกัต

05.30 นำท่านเช็คเอ้าท์พร้อมรับประทานอาหารเช้าแบบกล่อง

06.00ถึงสนามบินโมฮาเหม็ดV เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

08.40 เครื่องบินออกเดินทางสู่เมืองมัสกัต ประเทศโอมาน โดยเที่ยวบิน WY172 เวลาบิน7.50ชั่วโมง

19.30 เดินทางถึงสนามบินไคโร ประเทศอียิปต์ (แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน)

21.20ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยเที่ยวบิน WY817 เวลาบิน6ชั่วโมง
วันพฤหัสบดีที่18เมษายน สุวรรณภูมิ

06.20 เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ


********** จบรายการทัวร์ **********

วันเดินทางและอัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่ พัก 2 ท่าน เด็กพักกับผู้ใหญ่ เด็กพักกับผู้ใหญ่ เสริมเตียง พักเดี่ยว เพิ่ม หมายเหตุ สอบถาม
7 เม.ย. 62 - 18 เม.ย. 62 84,900 84,900 84,900 18,000  ส่วนลด 1,000 บาท จองก่อน 25 ม.ค.  สอบถาม
9 เม.ย. 62 - 20 เม.ย. 62 84,900 84,900 84,900 18,000  ส่วนลด 1,000 บาท จองก่อน 25 ม.ค.  สอบถาม
อัตรานี้รวม

1.ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด โดยสายการบิน Oman Air (WY) อนุญาตโหลดกระเป๋า1ชิ้น จำกัดชิ้นละไม่เกิน23กิโลกรัมต่อท่าน
2.ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งค่าที่พักโรงแรมระดับ 4-5 ดาว จำนวน 9คืน
3.ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการและค่าน้ำดื่ม
4.ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ
5.ค่ารถโค้ชปรับอากาศพร้อมคนขับผู้ชำนาญทางในการนำเที่ยวตามรายการ
6.เจ้าหน้าที่จากเมืองไทยและมัคคุเทศก์ท้องถิ่นพูดภาษาอังกฤษ
7.ค่าประกันการเดินทางเฉพาะอุบัติเหตุวงเงิน 1 ล้านบาทตามเงื่อนไข
8.ค่าวีซ่าประเทศโมร็อกโก สำหรับนักท่องเที่ยวพาสปอร์ตไทย
9.ค่าขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ซาฮาร่า หากท่านไม่ประสงค์จะขี่อูฐไม่สามารถคืนเงินได้
10.ค่าทิปไกด์และคนขับรถ,ค่าทิปคนจูงอูฐ รวม60 USD ต่อท่าน

อัตรานี้ไม่รวม

1.ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าหนังสือเดินทาง ,ค่าซักรีด ฯลฯ ค่าเครื่องดื่มสั่งพิเศษในโรงแรม
2.ค่าใช้จ่ายนอกเหนือระบุในโปรแกรม
3.ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน

หมายเหตุ

1.บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางหรือการเปลี่ยนแปลงรายการหรือเปลี่ยนแปลงราคาได้ตามความจำเป็นและเหมาะสมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน,โรงแรมที่พัก,ภูมิอากาศ,ภัยธรรมชาติ,การก่อการร้าย,การนัดหยุดงานฯลฯ ตลอดจนสภาวะทางเศรษฐกิจและการเมือง อันเป็นสาเหตุให้ต้องเลื่อนการเดินทางหรือไม่สามารถจัดพาคณะท่องเที่ยวได้ตามรายการ
2.บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาในกรณีที่สายการบินปรับเปลี่ยนราคาสายการบินหรือกรณีที่คณะผู้เดินทางต่ำกว่ากำหนด
3.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าวีซ่า, ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ หากทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการไปแล้ว
4.เมื่อท่านได้ตกลงจองทัวร์กับบริษัทฯ แล้ว ถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น

เอกสารสำหรับยื่นวีซ่า

เอกสารประกอบการทำวีซ่า โมร็อกโก ประมาณ 10-15วันทำการ
1.หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน มีหน้าว่างไม่น้อยกว่า 4 หน้า
2.รูปถ่ายปัจจุบันแบบสี พื้นหลังสีขาวเท่านั่น ขนาด 1.5นิ้ว จำนวน 2 รูป ห้ามใช้รูปถ่ายเล่น ห้ามใช้รูปถ่ายจากโพราลอยด์ ขนาดของรูปจำเป็นมาก
3.จดหมายรับรองบัญชีจากธนาคาร (ไม่สามารถใช้สำเนาบัญชีจากธนาคารย้อนหลัง6เดือนได้)
4.หนังสือรับรองการทำงานภาษาอังกฤษ
(จำเป็นต้องระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการทำงาน เงินเดือนและวันเดินทางไปโมร็อกโกอย่างละเอียด)
5.กรณีเป็นเจ้าของกิจการ ขอสำเนาหนังสือรับรองบริษัท ต้องมีตราประทับของบริษัทพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง – เพื่อนำมาแปลเป็นภาษาอังกฤษก่อน
6.สำเนาบัตรประชาชน ไม่ต้องเซ็นสำเนาถูกต้อง
7.สำเนาทะเบียนบ้าน ไม่ต้องเซ็นสำเนาถูกต้อง

การจองทัวร์ /เงื่อนไขการจองทัวร์
1.แจ้งจองทัวร์ผ่านฟอร์มติดต่อด้านล่าง หรือส่งอีเมล์มาที่ info_thailand@planetworldwide.com
2.พร้อมทั้งส่งสำหน้าหน้าแรกของพาสปอร์ต มาที่อีเมล์ info_thailand@planetworldwide.com หรือแฟกซ์ที่เบอร์ 02 744 4955
3.ชำระเงินมัดจำค่าทัวร์

 

1.ทางบริษัทฯ ขอชำระมัดจำ 30,000 บาท พร้อมแฟกซ์หน้าพาสปอร์ตสำหรับการจอง
2.ส่วนที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วัน

การยกเลิก
ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วันทำงาน มิฉะนั้นทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำ
กรณียกเลิกก่อนการเดินทางภายใน 50 วันทำงาน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องหัก 50% ของราคาทัวร์
ถ้ายกเลิกกะทันหันก่อนเดินทาง 45วัน บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ ในการคืนเงินทั้งหมด


จองทัวร์ | สอบถามรายการทัวร์นี้:

สอบถามทัวร์โมร็อกโก 12 วัน 9 คืน โดย Oman Air
ชื่อลูกค้า: อีมเล์: 
เบอร์โทร:

คำค้นหา:  ทัวร์โมรอคโค ทัวร์โมร็อคโค ทัวร์โมร็อกโก
TOP