ทัวร์อินเดีย แกรนด์ราชาสถาน 10 วัน 8 คืน โดยสายการบิน TG+AI

     ขอนำท่านร่วมสำรวจท่องแดนราชาสถาน นิวเดลี-แมนดาวา-บิคาเนย์-จัยซัยเมียร์-จอดปูร์-รานัคปูร์-เมาท์อาบู-อุดัยปูร์-นิวเดลี แคว้นราชสถานเป็นแคว้นใหญ่อันดับ 2 ของอินเดีย มีประชากรราว 56.5 ล้านคน เป็นแคว้นที่โดดเด่นด้วยพระราชวังโบราณ,ป้อมปราการเทวสถาน,ทะเลทราย และกองคาราวานอูฐตามเส้นทางการค้าโบราณ อันไม่มีแคว้นใดเสมอเหมือน ชมป้อมสีแดงแห่งบิคาเนย์ นครสีทองจัยซัยเมียร์ นครนักรบ โจธปูร์ ชมวัดเชนอันวิจิตรมหัศจรรย์ รานัคปูร์ และที่เมาท์อบู และสุดท้ายที่อุดัยปูร์เมืองที่สุดแสนโรมันติกกลางทะเลสาบ

วันแรก กรุงเทพฯ-นิวเดลี-แมนดาวา

05.00พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประตู 2 แถว Row D การบินไทย กรุ๊ปเช็คอินท์

07.00ออกเดินทางสู่ เมืองเดลี ประเทศอินเดีย โดย การบินไทย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง
(เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง)

09.55ถึงแผ่นดินอินเดีย ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีเมืองเดลีผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรและรับกระเป๋าแล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองแมนดาวา (Mandawa) เป็นเมืองเล็กๆเพื่อจะเดินทางสู่ เมืองบิคาเนย์ (ระยะทางประมาณ 344 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง)

บ่ายรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

ค่ำเดินทางถึงแมนดาวา เข้าพักโรงแรม SARA VILAS HOTEL หรือเทียบเท่า
รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม พักค้างคืน 1 คืน
วันที่สอง เมืองแมนดาวา - บิคาเนย์

เช้ารับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเที่ยวชม เมืองแมนดาวา ชมฮาวาลี หรือว่าบ้านพักของขุนนางเศรษฐี พ่อค้าวานิชสมัยก่อนราว ค.ศ.ที่ 17 ชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง สีน้ำเฟรสโก ที่แสดงถึงเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา จนถึงภาพอิโรติก และภาพที่แสดงถึงการเสียดสีสังคม ที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของจิตรกรในท้องถิ่นนั้น และความเจริญร่ำรวยมั่งคั่ง และรุ่งเรืองในสมัยนั้น ซึ่งจะพบเห็นได้โดยรอบ เมืองแมนดาวา

บ่ายรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
เดินทางต่อสู่เมืองสีแดง บิคาเนย์ ระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง

ค่ำถึง บิคาเนย์เข้าสู่ที่พักโรงแรม LALLGARH PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม และพักค้างคืน 1 คืน
วันที่สาม บิคาเนย์-จัยซัลเมียร์

เช้ารับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านนั่งรถตุ๊กตุ๊กชมวิถีชีวิตของชาวเมืองรอบเมืองเก่าบิคาเนย์ ที่สวยงามระหว่างทางจะได้พบบ้านเศรษฐี ที่ทำจากหินทรายแดง ซึ่งสลักเสลาอย่างวิจิตบรรจงในรูปแบบต่างๆ โดยรอบ นำท่านชมวิถีชาวพื้นเมือง ผ่านชมย่านการค้าที่ยังคงสภาพความเป็นอินเดียโดยแท้ เมืองบิคาเนย์ ก่อตั้งในปี 1486 โดย Rao Bika โอรสองค์รองของ Rao Jodha ผู้ครองนครโจธปูร์ (Jodhpur) ด้วยเหตุเพราะ พระราชาไม่ต้องการให้เกิดเหตุชิงบังลังก์ จึงมอบกองทัพให้พระโอรสให้ไปพิชิตสร้างอาณาจักรใหม่เองจากนั้นนำท่านชม Bhandeshwar Jain Temple ที่สร้างใน ค.ศ.ที่ 15 ซึ่งถือว่าเก่าแก่ในเมืองบิคาเนย์ ภายในวัดประดับประดาไปด้วยกระจกสีต่างๆ และภาพสีน้ำเฟรสโก ที่ตัดเส้นลายด้วยทองคำแท้อย่างงดงาม ซึ่งแตกต่างจากวัดอื่นๆ โดยที่วัดนี้สร้างขึ้นจากปูนขาวผสมกับน้ำมันเนยขาวเทคนิคเก่าแก่ของชาวราชสถาน แต่สามารถเลียนแบบให้ดูคล้ายกับวัสดุหินอ่อนได้อย่างน่าอัศจรรย์

10.00นำชมป้อมสีแดงแห่ง เมืองบิคาเนย์ หรือ ป้อมจูนาการห์ คือวังมหาราชา ที่ไม่ใครตีแตก เพราะว่าตัวป้อมล้อมรอบด้วยป้อมปืน 37 ป้อม และคูน้ำอย่างแข็งแกร่ง นับเป็นป้อมที่ยังสมบูรณ์ที่สุดที่เหลือในแคว้นราชสถาน สร้างโดย ราชาไรซิงค์ (Rai Singh ) ในปี ค.ศ.1588- 1593 ซึ่งเป็นทหารเอกของกษัตริย์อักบาร์ ภายในป้อมเต็มไปด้วยปราสาทราชวังและเทวาลัย
-ชม รอยฝ่ามือจารึกใกล้ประตูสุริยา (Sun Gate) บ่งบอกถึงผู้หญิงผู้สมัครใจทำพิธี “สตี” (Sati) ปลิดชีพตัวเองตายตามสามีผู้จากไปในสงครามป้องกันเมือง
- ชม Anup Mahal ด้านในชม Diwan-i-Khas ที่เข้าเฝ้าชั้นใน
- ชม บังลังค์ไม้จันทร์อายุเกือบหนึ่งพันปี เป็นเฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ที่สุดของอินเดีย
- ชม ตำหนักเมฆา (Badal Mahal) ภายในตกแต่งด้วยภาพวาดเมฆและสีฟ้า
- ชม ตำหนักจันทรา (Chandra Mahal), ตำหนักสายลม (Hawa Mahal)
- ชม Diwan-i-Aam (the hall of public audience) ที่ออกขุนนางชั้นนอก
- ชม Phool Mahal (Flower Palace) ห้องพักผ่อน
ภายในป้อมมีห้องจัดแสดงศาสตราวุธต่างๆชมห้องโถงที่ออกว่าราชการซึ่งประดับตกแต่งด้วยกระจกสีและอัญมณี ชม พิพิธภัณฑ์ปราจิณา ที่รวบรวมเสื้อผ้าอาภรณ์ของมเหสีและนางสนมในแต่ละยุคสมัย ที่บรรจงสร้างอย่างสวยงามถักทอด้วยดิ้นทองคำแท้ เครื่องประดับอัญมณี เครื่องใช้คริสตัลจากต่างประเทศ เครื่องดนตรี ศิลปะการเขียนภาพย่อส่วนของที่นี่จัดว่าอยู่ในชั้นแนวหน้าต้องไปดูด้วยตาตนเองว่าความงามเหนือคำบรรยายแห่งบิคาเนย์นั้นเป็นเช่นไร

12.00รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น แล้วเดินทางต่อสู่นครสีทอง เมืองจัยซัยเมียร์
(ระยะทาง 333 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง)

19.00เดินทางถึง เมืองจัยซัยเมียร์
นำท่านเข้าสู่ โรงแรม FORT RAJWADA HOTEL หรือเทียบเท่า
รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม (พักค้างคืน 2 คืน)
วันที่สี่ จัยซัลเมียร์

เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
จัยแซลเมียร์ สร้างขึ้น ในปีคศ. 1156 โดย Maharawal Jaisal และยังเชื่อกัน ว่าราช บุตรนี้สืบเชื้อสายมาจากพระกฤษณะ นครเก่าแก่อายุกว่า 800 ปีที่มั่นคงของกษัตริย์ตระกูลราชปุต ในอดีตเคยเป็นเส้นทางการค้าคาราวานที่สำคัญ ที่มุ่งไปสู่อัฟกานิสถานและเอเซียกลาง อาณาจักรกลางทะเลทรายนี้ร่ำรวยจากการเก็บภาษีค่าผ่านทางจากกองคาราวานสินค้า อัญมณี ผ้าไหม เครื่องเทศ และฝิ่น ด้วยเหตุที่จัยแซลเมียร์เคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ ส่งผลให้พ่อค้าวาณิชย์ในตระกูลดังๆ หลายๆคนร่ำรวยกันอย่างมหาศาลกลายเป็นอภิมหาเศรษฐี มีคฤหาสถ์ที่ใหญ่โตมโหฬาร ปัจจุบันคฤหาสถ์เหล่านี้จึงกลายเป็นแห่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล ให้ท่านได้ชมคฤหาสถ์ของบรรดามหาเศรษฐี หรือที่เรียกว่า Haveli อาทิ Patwon-Ki-Haveli , Nathmal-Ki-Haveli

เมืองจัยแซลเมียร์ คือเมืองที่ได้รับสมญานามว่า “นครสีทอง” ตั้งอยู่ในเขตทะเลทราย ธาร์ เป็นเมืองชายแดนติดพรมแดนปากีสถาน มีกำแพงสูงใหญ่ดูโอฬาร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ทางตะวันตกสุดของแคว้นราชสถาน นครแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นจากหินทรายสีเหลืองเป็นส่วนใหญ่ เมื่อยามต้องแสง อาทิตย์อัสดงที่ไล้ลงบนพื้นผิวของหินเหล่านี้ ก็จะปรากฎให้เห็นเป็นสีทองอร่ามตา และนี่คือที่มาของสมญา “นครสีทอง” เมืองใหญ่มีผู้อาศัยเกือบหกหมื่น1ใน4ของประชากรอยู่ภายในป้อม ทำมาค้าขายกับ นักท่องเที่ยว บ้างเปิดโรงแรมจิ๋ววิวสวย บ้างตั้งร้านค้าร้านอาหาร การตะเวนเที่ยวในป้อมสร้างความสำราญให้ทั้งนักช้อป และนักชมชีวิตผู้คน

08.00นำท่านชม Gaddisagar Lake โอเอซิสขนาดมหึมาท่ามกลางทะเล ที่สร้างโดยมหาราวาล กาดซี ราว ค.ศ.1367 ซึ่งทะเลสาบนี้ เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของจัยแซลเมียร์ รอบๆทะเลสาบจะมีวัดเล็กๆในช่วงฤดูหนาวจะได้พบเห็นนกนาๆชนิดโดยรอบทะเลสาบ ศาลากลางน้ำที่ตั้งอยุ่ในทะเลสาบกาดซีซาร์ สร้างโดย มหาราชาวาลกาดซี ครั้งทรงแปรพระราชฐาน มานั่งพักผ่อนคลายความร้อนที่ทะเลสาบพร้อมเชื้อพระวงศ์

10.00นำท่านชม ป้อมจัยแซลเมียร์ ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่อยุ่ภายในทะเลสาบ สร้างโดย Maharawal Jaisal ในปี ค.ศ. 1156 บน Trikuta Hill โดยป้อมนี้ถือว่าเป็นป้อมที่สร้างลำดับที่สองของแคว้นราชสถาน ชมความสวยงามของปราสาททรายที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางทะเลทราย ภายในป้อมมีบ้านพักของชาวบ้านที่พำนักอยู่อาศัยนานนับร้อยๆปี ท่านจะได้เห็นทัศนียภาพของเมืองจัยแซลเมียร์ โดยรอบ

13.00รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น จากนั้นเที่ยวชม
- Patwon-ki-Havali ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจัยแซลเมียร์ ซึ่งภายในจะจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆในสมัยพร้อมทั้งมีร้านขายของในนั้น
- Nathmal Ki Havali บ้านเสนาบดี สูง5ชั้น ที่สร้างราว ค.ศ.1855โดย Lallu และ Hathu 2 พี่น้องศิลปินและสถาปนิก ที่สร้างอย่างวิจิตรบรรจง ด้วยการฉลุลายผนังอย่างละเอียดอ่อน

16.00นำท่านเดินทางสู่ทะเลทราย ชม Sam Sand Dunes ห่างจากตัวเมืองออกไปราว 42 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังใน จัยแซลเมียร์ เนินทรายแห่งนี้ เป็นที่ซึ่งโค้งขอบฟ้าจรดกับผืนแผ่นทรายได้อย่างงดงามเกินบรรยาย

นำท่านขี่อูฐท่ามกลาง ทะเลทรายธาร์......ชมพระอาทิตย์ที่จะลับขอบฟ้าท่ามกลางทะเลทรายที่จะเปลี่ยนสีไปตามแสงอาทิตย์ สุดแสนโรแมนติก

ค่ำนำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรม FORT RAJWADA HOTEL หรือเทียบเท่า
รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
วันที่ห้า จัยซัลเมียร์ – โจธปูร์

เช้ารับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเชคเอ้าท์
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโจธปูร์ ระยะทาง 242 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5ชั่วโมง
เมืองโรแมนติกแห่งนครสีฟ้า “โจธปูร์” หรือเมือง โยธะปุระ นครนักรบ ที่ทั่วทั้งเมืองเป็นสีฟ้าราวกับน้ำทะเล เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในแคว้นราชสถาน ถูกตั้งขึ้นเป็นราชธานี โดย Rao Jodha แห่งราชวงศ์ Rathore ของอาณาจักร Marwar ในปี คศ.1459 แทนที่เมืองมันดอร์ ราชธานีเก่าที่มีจุดอ่อนด้านยุทธศาสตร์ 500 ป๊ให้หลัง Maharaja Umaid Singh ทรงแก้ปัญหาความอดหยากด้วยการก่อสร้าง Umaid Bhawan Palace วังที่ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นมา (มี 347 ห้อง) เพื่อให้ราษฎรมีงานทำแลกกับอาหาร

บ่ายรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชมนครสีฟ้า เมืองโจธปูร์ หรือ โยธปุระ เมืองแห่งนักรบที่แกร่งกล้าจากหน้าประวัติศาสตร์ของชาวราชปุต ชม Mehrangarh Fort ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังมหาราชาแห่งโจธปูร์ เป็น 1 ใน 4 พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ที่ตั้งอยู่บนเขาสูงจากพื้น 125 เมตร เหนือเมืองจ๊อดปูร์ ทำให้มองเห็นเด่นเป็นสง่าไม่ว่าจะมองจากจุดไหนๆภายในเมือง ป้อมแห่งนี้เป็นทั้งป้อมปราการและพระราชวังของเจ้าผู้ครองนคร มีกำแพงล้อมรอบยาวกว่า 15 กม. นับเป็นป้อมประการที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดีย ชมพระราชวังที่มีการแกะสลักลวดลายอย่างน่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะช่องพระแกลแห่ง วังชโรคาส อันอ่อนหวานงดงามด้วยลวดลายของพรรณพฤกษา จำหลักจากหินทราย ตำหนักมุก Moti Mahal, ตำหนักแก้ว ซีสมาฮาล,อนุสรณ์สถานชาสวานต์ธาดร ที่สร้างด้วยกินอ่อน หลังคาทรงปรางค์ปราสาท ประดับโดยหินอ่อนขนาดเล็กที่เรียกว่า ฉัตรีโดยรอบ รำลึกถึงมหาราชา ชาสวานต์ซิงค์ที่ 2 ชมพิพิธภัฑ์ที่เก็บสมบัติล้ำค่าข้าวของเครื่องใช้ ของมหาราชาราชปุต ไม่ไกลกันนัก ท่านจะได้ชมสิ่งปลูกสร้างสีขาวสะอาดตา “Jaswant Thada” ก่อสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง และเป็นที่ฝังศพของมหาราชา Jaswant Singh ที่สอง และสมาชิกคนอื่นๆในราชวงศ์

ค่ำนำท่านเข้าสู่โรงแรม INDANA PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
วันที่หก โจธปูร์-เมาท์อบู

เช้ารับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม พร้อมเชคเอ้าท์
นำท่านเดินทางสู่ เมาท์อาบู Mt.Adu หรือเรียกว่าภูเขาราชาเทวะ มีความสูงประมาณ 1,250 เมตรจากระดับน้ำทะเลจึงทำให้อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เมาท์อบู เมืองตากอากาศบนภูเขาแห่งเดียวในรัฐราชาสถานและยังเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ และสถานที่แสวงบุญของผู้ที่นับถือศาสนาเชน การเดินทางประมาณ 7ชม.

บ่ายรับประทานอาหารกลางวัน ภายในโรงแรมเมาท์อาบู (อาหารกลางวันประมาณ บ่าย 2 – 3โมง)
นำท่านสู่ กลุ่มวัด The Dilwara Jain Temples ที่สลักเสลาด้วยหินอ่อนอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งมีจำนวน 6 วัด ตั้งอยู่บนทิวเขานอกเมือง ชมวัดที่โดดเด่น Vimala vasahi Temple และ Luna Vasahi Templeอายุกว่า 1,000 ปี สร้างอุทิศให้แก่พระอธินาถ ซึ่งเป็นตีรถังกร (ศาสดา) องค์แรกของศาสนาเชน โดยอัครเสนาบดีแห่งแคว้นดูปราต ภายใน แกะสลักตบแต่งเป็นลวดลายอันอ่อนหวานทุกลายละเอียดของซุ้มประตู เสาภายในประดิษฐานพระอธินาถและพระตีรถังกรองค์ในศาสนาเชนชมวัดลูนาวาสาหิ สร้างอุทิศแก่องค์ศาสดาองค์ที่ 22 ของเชนคือ พระเนมินาถ ในปี ค.ศ. 1231 นับเป็นยุครางเรืองสุงสุดของศฺลปะเชน มีการแกะสลักลวดลายประดับ โดยเฉพาะรูปดอกบัวบานขนาดใหญ่ บนเพดานที่สลักเสลาจากหินอ่อนก้อนเดียว และรูปแกะสลักบุคคล เทวดา นางฟ้า รวมทั้ง เจ้าภาพผู้ที่อุทิศสร้างวัดถวาย ขนาดตัวเท่าตัวจริง

ชมทิวทัศน์อันงดงามของเมืองที่ครั้งหนึ่งเป็นเมืองตากอากาศ สำหรับข้าราชการอังกฤษผู้ปกครองอินเดีย ยังเหลือหลักฐานอาคารศิลปะวิกตอเรีย สมัยอาณานิคม พอให้พบเห็นอยู่และทะเลสาปสถานที่นิยมพักผ่อนของคนอินเดีย

ค่ำนำท่านเข้าสู่ที่พัก CAMA RAJPUTANA HOTEL หรือเทียบเท่า
รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
วันที่เจ็ด เมาท์อบู – รานักปูร์ –อุดัยปูร์

เช้ารับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเชคเอ้าท์
นำท่านเดินทางสู่ ... รานักปูร์ (ระยะทาง 185 กม. ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม.)
จากนั้นแวะชม วัดรานักปูร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่มหัศจรรย์ของอินเดีย เป็นวัดในศาสนาเชน สร้างในศตวรรษที่15 โดยคหบดี Dharna Shah เพื่ออุทิศให้กับศาสดามหาวีระและศาสดาตีรถังกรในอดีต 23 พระองค์ภายในหุบเขาอราวาลิ ภายในประกอบไปด้วยห้องโถง 29 ห้อง รองรับด้วยเสาศิลาถึง 1,444 ต้น มีการแกะสลักเป็นเรื่องราวของศาสนาเชน ลวดลายพันธ์พฤกษาประดับภายในโดมหลังคาและเสา อย่างละเอียดละออวิจิตรบรรจง กล่าวได้ว่า สวยที่สุดในแคว้นราชสถาน สถาปัตยกรรมหินอ่อน ล้อมรอบด้วยปรางค์หินอ่อน ซึ่งใช้หินแหล่งเดียวกันกับที่สร้างทัชมาฮาล

บ่ายรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น เมืองรานักปูร์
จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองอุดัยปูร์ เมืองนิรมิตกลางทะเลทราย
(ระยะทาง 85 กม. ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชม.)

19.00เดินทางถึงเมืองอุดัยปูร์นำท่านเข้าสู่ที่พัก RADISSON BLU HOTEL หรือเทียบเท่า
รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
วันที่แปด อุดัยปูร์

07.00รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม
เมืองอุดัยปูร์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแคว้นราชสถาน และตั้งอยู่ริมทะเลสาบฟิโคล่า เป็น ราชธานีแห่งที่สองของอาณาจักร Mewar ก่อตั้งโดย Maharana Udai Singh ในปีค.ศ.1559 เมืองอุดัยปูร์ เป็นเมืองที่กล่าวได้ว่าสวยและโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดีย รายล้อมไปด้วย ขุนเขา,ทะเลสาบ, และปราสาทราชวังที่สวยงาม ปัจจุบันในเมืองมีประชากรอยู่ราวสามแสนกว่าคน มีอาคารเก่าแก่อายุหลายร้อยปี รวมตัวกันอยู่ริมทะเลสาบ

09.00ล่องเรือบนทะเลสาบ Pichola Lake ถ่ายรูปชมทิวทัศน์รอบๆทะเลสาบที่มีล้อมรอบด้วย มหาราชวัง Jagniwas Lake Palaces ปัจจุบันสถานที่ๆพระราชาใช้พักผ่อนช่วงหน้าร้อน ยังมีร้านอาหารและโรงแรมระดับ 7*ดาวต่างๆเช่น Oberoi Hotel ,Kimpenski Hotel เรือจะแวะให้ท่านได้ชม Jagmandir Palace โรงแรมบนกลางทะเลสาบในอดีตพระราชวังแห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนและต้อนรับแขกของพระราชาแต่ปัจจุบันถูกนำมาดัดแปลงเป็นโรงแรมเล็กๆที่มีจำนวนห้องไม่กี่ห้อง ให้นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถจองห้องพักได้

จากนั้นชม City Palace หรือพระราชวังฤดูหนาว ซึ่งส่วนหนึ่งมีการดัดแปลงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์(City Palace Museum) เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1568 มีการก่อสร้างเพิ่มเติมอยู่ตลอดมาระหว่างศษตวรรษ ที่ 16 ถึง 20 โดยต่างมหารานาถึง 22 พระองค์พระราชวังนี้สร้างด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน ภายในประดับประดาด้วยกระจกและแก้วหลากสี นับเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นราชาสถาน ประตูทางเข้า Tripolia Gate ( คศ.1713 ) Chandra Mahal (1620)ส่วนหนึ่งของพระราชวังที่สวยที่สุด,Dilkhushal Mahal (1620) ,Motil Mahal และมีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่มีค่ามากมายให้เข้าชม

บ่ายรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
จากนั้นนำท่านชม Fateh Prakash Palace ซึ่งมหาราชาองค์หนึ่งอยากได้เฟอร์นิเจอร์คริสตัลมาประดับวังแต่ไม่ชอบเครื่องเรือนสไตล์ยุโรปจึงบัญชาให้กรมช่างในราชอาณาจักรทำเครื่องเรือนต้นแบบจากไม้แกะสลักลวดลายสวยงามก่อนส่งไปที่อังกฤษเพื่อให้บริษัทคริสตัลทำเฟอร์นิเจอร์ตามแบบนั้นเสร็จแล้วจึงค่อยส่งกลับมาประดับที่วังแต่มหาราชาองค์นั้น ไม่มีโอกาสได้ใช้คริสตัลทั้งหมดเลย

ค่ำ นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่ที่พัก RADISSON BLU HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่เก้า อุดัยปูร์ - เดลลี

เช้ารับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเชคเอ้าท์
จากนั้นชม Jagdish Mandir Temple สร้างในกลางศตวรรษที่ 17 ภายในประดิษฐานเทวรูปพระวิษณุ มีรูปพญาครุฑซึ่งหล่อจากสำริดตั้งหันหน้าเข้าหากันมีรูปปั้นแกะสลักรอบๆ เป็นเรื่องราวของกามสูตร (kama Sutra) และทั้ง 4 มุมของวัดจะมีวัดเล็กๆประกอบด้วย พระพิฆเนศ ,พระศิวะ,Zurya Sun, Durga

12.00รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

13.00นำท่านสู่สนามบินเมืองอุดัยปูร์เพื่อเหินฟ้าสู่เดลลี

15.25เหินฟ้าสู่เมืองเดลลี โดย AI472 UDRDEL 1525-1650 (อนุญาต 1ชิ้นไม่เกิน 25กิโล)

16.50ถึงสนามบินเดลลี /นำท่านรับกระเป๋าและเดินทางไปร้านอาหาร
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
เตรียมนำท่านเข้าเช็คอินท์การบินไทย TG316
วันที่สิบ เดลลี – กรุงเทพฯ

00.15เครื่องบินออกจากสนามบินเดลลี เพื่อบินกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินTG316

05.40เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ


********** จบรายการทัวร์ **********

วันเดินทางและอัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่ พัก 2 ท่าน เด็กพักกับผู้ใหญ่ เด็กพักกับผู้ใหญ่ เสริมเตียง พักเดี่ยว เพิ่ม หมายเหตุ สอบถาม
17 พ.ย. 60 - 26 พ.ย. 60 70,900 70,900 70,900 18,000  ลด 1,000 บาท จองก่อน 20 ต.ค.  สอบถาม
9 ธ.ค. 60 - 18 ธ.ค. 60 70,900 70,900 70,900 18,000  ลด 1,000 บาท จองก่อน 20 ต.ค.  สอบถาม
19 ม.ค. 61 - 28 ม.ค. 61 70,900 70,900 70,900 18,000  ลด 1,000 บาท จองก่อน 20 ต.ค.  สอบถาม
17 ก.พ. 61 - 26 ก.พ. 61 70,900 70,900 70,900 18,000  ลด 1,000 บาท จองก่อน 20 ต.ค.  สอบถาม
1 มี.ค. 61 - 10 มี.ค. 61 70,900 70,900 70,900 18,000  ลด 1,000 บาท จองก่อน 20 ต.ค.  สอบถาม
อัตรานี้รวม

1.ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัดเส้นทาง กรุงเทพฯ- เดลลี่-กรุงเทพฯ โดยการบินไทย
2.ตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดเที่ยวเดียว เส้นทาง อุดัยปูร์ – เดลลี่โดยเจ็ทแอร์เวย์
3.ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
4.ค่าที่พักตามที่ระบุในรายการ (พักห้องละ 2 ท่าน) กรณีพัก 3 ท่านต่อห้อง อาจจะไม่สะดวกสบาย
5.ค่ารถโค้ชปรับอากาศ
6.ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ / ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
7.ค่าหัวหน้าทัวร์ที่คอยบริการและดูแลตลอดการเดินทางทั้งคนไทยและท้องถิ่น
8.ค่าประกันภัยการเดินทางเฉพาะอุบัติเหตุ 1,000,000 บาท ต่อท่าน แต่ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต
9.ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับหนังสือเดินทางไทย
10.ค่าทิปขี่อูฐที่เมืองจัยซัลเมียร์ 100 รูปีต่อท่าน (1 อูฐ นั่ง 2 ท่าน)
11.ค่าทิปรถตุ๊กตุ๊กชมเมืองบิคาเนย์ 50 รูปีต่อท่าน (1 ตุ๊กตุ๊ก นั่ง 2 ท่าน)

อัตรานี้ไม่รวม

1.ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT) และค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว
2.ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
3.ค่าเครื่องดื่มสั่งพิเศษ
4.ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย
5.ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัม
6.ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถรวมท่านละ 2,000 รูปี ประมาณ 1000 บาทต่อท่าน
7.ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ตามความเหมาะสม
8.ค่ากล้องถ่ายรูปและค่ากล้องวีดีโอ ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทุกแห่ง เรียกเก็บ

หมายเหตุ

1.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรม แต่คำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
2.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
3.เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นได้ทำการตกลงหรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมืองในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู
4.ตั๋วเครื่องบินในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น) ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
5.โรงแรมและห้อง ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้นในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ TRADE FAIRกรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาดวัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตราองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีความกว้าง ( 9.75 นิ้ว ) + ยาว ( 21.5 นิ้ว ) + สูง ( 18 นิ้ว ) ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตราฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกินกระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)การชดเชยค่ากระเป๋าในกรณีเกิดการสูญหาย ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่ กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ไม่ใช่ระหว่างบิน) ซึ่งอยู่ในความความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายระเอียดข้างต้นเท่านั้น
กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

เอกสารสำหรับยื่นวีซ่า

1. หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุใช้ได้จนถึงวันเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
2. หนังสือเดินทางต้องมีหน้าว่าง สำหรับประทับตราเข้าออกอย่างน้อย 2 หน้าเต็ม
3. รูปถ่ายหน้าตรงรูปสี (ที่ไม่ใช่รูปถ่ายเล่นพื้นหลังสีขาวเท่านั้น) ขนาด 2 นิ้ว 2 ใบ
4. สำเนาบัตรประชาชน
5. สำเนาทะเบียนบ้าน
6. กรุณาระบุชื่อสามีและภรรยากรณีแต่งงานแล้ว
7. เขียนชื่อ/ที่อยู่/เบอร์โทรศัพท์ของบริษัทฯที่ทำงานเป็นภาษาอังกฤษ

การจองทัวร์ /เงื่อนไขการจองทัวร์
1.แจ้งจองทัวร์ผ่านฟอร์มติดต่อด้านล่าง หรือส่งอีเมล์มาที่ info_thailand@planetworldwide.com
2.พร้อมทั้งส่งสำหน้าหน้าแรกของพาสปอร์ต มาที่อีเมล์ info_thailand@planetworldwide.com หรือแฟกซ์ที่เบอร์ 02 744 4955
3.ชำระเงินมัดจำค่าทัวร์

 

1.ทางบริษัทฯขอเก็บเงินค่ามัดจำเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท ต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน
2.ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางอย่างน้อย 30 วัน มิฉะนั้นทางบริษัทฯจะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด

เงื่อนไขการให้บริการ (ที่ท่านควรทราบก่อนสำรองที่นั่ง)
1.ชำระเงินมัดจำ ท่านละ 20,000 บาท พร้อมแจ้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษตามหนังสือเดินทาง ส่วนที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทาง 30 วัน
2.ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 50 วัน สำหรับช่วงวันหยุดเทศกาล
3.กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 50 วันขึ้นไป **เฉพาะช่วงที่ไม่ใช่เทศกาลหรือวันหยุดยาว** คืนเงินทั้งหมด **(ยกเว้น กรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำกับสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)**
4.กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน **เฉพาะช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว** เก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด *
5.กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาทัวร์
6.อัตราค่าบริการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่างๆ ระหว่างการเดินทางถ้าท่านแยกตัวออกจากคณะทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินหรือลดค่าบริการใดๆทั้งสิ้น * บริษัทเป็นเพียงตัวแทนการท่องเที่ยว สายการบิน และตัวแทนการท่องเที่ยวในต่างประเทศซึ่งไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจาก การที่ท่านถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าออกเมือง อันเนื่องมาจากการที่ท่านมีเอกสารเดินทางที่ไม่ถูกต้อง หรือมีสิ่งผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง หรือภัยธรรมชาติ, ภัยการเมืองฯลฯ หรือเหตุสุดวิสัย ที่ทางบริษัทฯไม่สามารถควบคุมได้หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เช่นการเจ็บป่วย ถูกทำร้าย หรือจากอุบัติเหตุต่าง ๆ


จองทัวร์ | สอบถามรายการทัวร์นี้:

สอบถามทัวร์อินเดีย แกรนด์ราชาสถาน 10 วัน 8 คืน โดยสายการบิน TG+AI
ชื่อลูกค้า: อีมเล์: 
เบอร์โทร:

คำค้นหา:  ทัวร์อินเดีย ทัวร์ราชาสถาน
TOP